Category Archives: เด็กและเยาวชน

การขอรับเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด

โครงการ “เงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด” ให้กับแม่และครอบครัวทารก เดือนละ 400 บาท เป็นระยะเวลา 12 เดือน โดยเปิดลงทะเบียน วันที่ 15 ก.ย.2558
พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลเห็นความสำคัญในการดูแลเด็กแรกเกิด ซึ่งเป็นช่วงวัยที่ยังขาดการสนับสนุน จึงได้เห็นชอบจัดสรรเงินอุดหนุนแก่เด็กแรกเกิดกับครอบครัวยากจน และที่เสี่ยงต่อความยากจน จำนวน 400 บาทต่อเดือน เป็นระยะเวลา 12 เดือน

“แม้จะเป็นจำนวนน้อย แต่เชื่อว่าเงินจำนวนนี้หากอยู่ในมือคนที่จำเป็นก็ถือว่ามีค่า จึงอยากให้ครอบครัวที่อยู่ในเกณฑ์ได้ลงทะเบียนรับสิทธิ์ และยังเป็นฐานข้อมูลในการให้หน่วยงานต่างๆ ทั้งกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.), กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และกระทรวงมหาดไทย (มท.) เข้าไปติดตามดูแลกลุ่มเป้าหมายในด้านต่างๆ มากขึ้น โครงการนี้นับเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการพัฒนาอนาคตชาติ รวมทั้งลดความเหลื่อมล้ำในสังคม จึงเชื่อว่าคงไม่ใช่ดำเนินการเพียงปีเดียว”
พล.ร.อ.ณรงค์ กล่าว

ลงทะเบียน

เด็กแรกเกิด หรือหญิงตั้งครรภ์ที่มีคุณสมบัติที่ฝากครรภ์แล้ว ยื่นลงทะเบียนด้วยตนเองที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตามถิ่นที่อยู่ของผู้มีสิทธิ์ (สำนักงานเขตในกรุงเทพมหานคร หรือ เมืองพัทยา หรือ เทศบาล หรือ อบต.)

เอกสารหลักฐานประกอบการลงทะเบียน มีดังนี้

1. แบบลงทะเบียนเพื่อขอรับสิทธิ์ฯ (แบบ ดร.01)
2. แบบรับรองสถานะของครัวเรือน (แบบ ดร.02)
3.สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของหญิงตั้งครรภ์ หรือบัตรอื่นที่ออกโดยหน่วยงานของรัฐ
4. สำเนาเอกสารแสดงการฝากครรภ์ หรือ สำเนาสมุดบันทึกสุขภาพแม่และเด็ก (หน้าแรก)
5. สำเนาสูติบัตรเด็กแรกเกิด (ยื่นหลังคลอด) ที่ได้รับการรับรองแล้ว
6. สำเนาสมุดบัญชีธนาคารกรุงไทย(กรณีประสงค์รับเงินผ่านบัญชีธนาคาร

คุณสมบัติของกลุ่มเป้าหมายของโครงการ ดังนี้

1.เด็กแรกเกิด :
– เกิดระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2558 ถึง 30 กันยายน 2559
– มีสัญชาติไทย (บิดาและมารดา หรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีสัญชาติไทย)
– ไม่เป็นผู้ได้รับสวัสดิการหรือสิทธิประโยชน์อื่นใดจากหน่วยงานของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจ ได้แก่ เงินสงเคราะห์บุตรจากกองทุนประกันสังคม สวัสดิการข้าราชการหรือรัฐวิสาหกิจ และไม่อยู่ในความดูแลของหน่วยงานของรัฐ เช่น บ้านพักเด็กและครอบครัว สถานสงเคราะห์ของรัฐ

2.หญิงตั้งครรภ์ :
– มีกำหนดคลอดระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2558 ถึง 30 กันยายน 2559
– อยู่ในครัวเรือนยากจนและครัวเรือนที่เสี่ยงต่อความยากจน ที่มีการรับรองสถานะของครัวเรือนเรียบร้อย

กรณี มารดาเด็กเป็นคนต่างด้าว หรือไม่มีสถานะทางทะเบียนราษฎร หรือเสียชีวิต อนุโลมให้บิดาเด็ก สัญชาติไทยตามสูติบัตร ลงทะเบียนแทนมารดาเด็กได้หลังจากเด็กเกิดแล้ว โดยให้นำเอกสารหลักฐานของ บิดาเด็กและมารดาเด็กในกรณีดังกล่าว ที่ออกให้โดยหน่วยงานของรัฐมายื่นเพื่อแสดงความจำนงขอรับสิทธิ์

กรณี อยู่ในความดูแลของบ้านพักเด็กและครอบครัว หรือสถานสงเคราะห์ของรัฐ จะไม่ได้รับสิทธิ์ เงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด เนื่องจากได้รับการดูแลจากภาครัฐ แต่หากมีคุณสมบัติสามารถขอรับสิทธิ์ เงินอุดหนุนได้ แต่จะได้รับเงิน เฉพาะเดือนที่ไม่อยู่ใน ความดู แลของบ้านพักเด็กและครอบครัว หรือสถานสงเคราะห์ของรัฐ (หลังออกจากบ้านพักเด็กและครอบครัวหรือสถานสงเคราะห์ของรัฐแล้ว)

ครัวเรือนยากจนและครัวเรือนที่เสี่ยงต่อความยากจน หมายถึง ครัวเรือนที่สมาชิกในครัวเรือน มีรายได้เฉลี่ยต่ำกว่า 3,000 บาท ต่อคน ต่อเดือน หรือต่ำกว่า 36,000 บาท ต่อคน ต่อปี โดยนำรายได้ของสมาชิก ทั้งหมดในครอบครัว หารด้วยจำนวนสมาชิกทั้งหมดในครอบครัวซึ่งรวมเด็กแรกเกิดด้วย ในความเป็นจริงการสอบถามรายได้อาจไม่ได้ข้อมูลที่ตรงกับข้อเท็จจริง จึงจำเป็นต้องใช้การประเมิน ความยากจนระดับครัวเรือน ด้วยข้อมูลสถานะของครัวเรือนมาประกอบการพิจารณาด้วย ดังนี้

1.ครอบครัวมีภาระพึ่งพิง ได้แก่ ในครอบครัวมีคนพิการ หรือผู้สูงอายุ หรือเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี หรือคนว่างงาน อายุ 15-65 ปี หรือเป็นพ่อแม่เลี้ยงเดี่ยว
2.สภาพที่อยู่อาศัย สภาพบ้านชำรุดทรุดโทรม บ้านทำจากวัสดุพื้นบ้าน เช่น ไม้ไผ่ ใบจาก หรือวัสดุเหลือใช้หรืออยู่บ้านเช่า
3.ไม่มีรถยนต์ส่วนบุคคล รถปิกอัพ รถบรรทุก รถตู้
4.เป็นเกษตรกรมีที่ดินไม่เกิน 1 ไร่

การรับเงิน

1.รับด้วยตนเอง ณ กรมกิจการเด็กและเยาวชน หรือสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (สามารถมอบอำนาจให้ผู้อื่นรับแทน) กรณีมอบอำนาจ ให้นำหนังสือมอบอำนาจและสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบและผู้รับมอบอำนาจมายื่นด้วย

2.รับผ่านบัญชีธนาคาร (นำสำเนาสมุดบัญชีธนาคารที่หน้าแสดงหมายเลขบัญชีและชื่อผู้รับเงินมายื่น)

นอกจากนี้ กรมกิจการเด็กและเยาวชนหรือสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดจะประสานส่งต่อข้อมูลกลุ่มเป้าหมายไปยังสำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (ตามแต่กรณี) ทุกวันที่ 16 ของเดือน เพื่อให้สามารถนำข้อมูลไปใช้ประกอบการให้บริการเชิงรุกด้านอนามัยแม่และเด็กสำหรับผู้ที่มีสิทธิ์ได้รับเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด โดยทีมหมอครอบครัวจะติดตามเยี่ยมบ้านและดูแลหญิงตั้งครรภ์และเด็กแรกเกิดได้ตามมาตรฐาน

ต้องการข้อมูลเพิ่มเติม หรือ อ่านรายละเอียดทั้งหมด คลิก 

คู่มือการดำเนินงาน โครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด

 

 

 

 

 

 

 

 


4512039

400

2

S__28647506

ข้อมูลเด็กและเยาวชน

เด็ก หมายถึง บุคคลซึ่งมีอายุต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์
เยาวชน หมายถึง บุคคลซึ่งมีอายุตั้ง 18 ปีบริบูรณ์ถึง 25 ปีบริบูรณ์

d1

สถิติเด็กและเยาวชนจังหวัดสตูล

ประชากร ณ เดือนธันวาคม 2559  จำนวน 317,612 คน
ชาย  จำนวน 157,889 คน
หญิง จำนวน 159,723 คน
ที่มา :  ระบบสถิติทางการทะเบียน

เด็ก  90,054 คน  ชาย 46,310 คน  หญิง 43,744 คน
เยาวชน 39,481 คน  ชาย 19,968 คน  หญิง 19,513 คน

สภาเด็กฯ 41 สภา ระดับจังหวัด 1 สภา อำเภอ 7 สภา
ตำบล 34 สภา กองทุนคุ้มครองเด็ก  38  ราย  เด็ก 84 คน
ครอบครัวบุญธรรม 17  คร. เด็ก 19 คน
เงินอุดหนุนเด็กแรกเกิด 2,794 ราย
บริการสวัสดิการเด็กยากจน 19 คร. เด็ก 24 คน

 

1361746506-5844640150-o

สถานการณ์ปัญหาเด็กและเยาวชนจังหวัดสตูล

ปัญหาเด็ก (อายุต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์)
ประเด็นปัญหาที่พบ
อันดับที่ 1  คือ  เด็กในครอบครัวยากจนไม่มีค่าใช้จ่ายทางการศึกษา
อันดับที่ 2 คือ  เด็กที่อยู่ในครอบครัวเลี้ยงเดี่ยว
อันดับที่ 3 คือ  เด็กถูกทอดทิ้ง
ที่มา : รายงานสถานการณ์ทางสังคม ปี 2557 สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสตูล

วันเด็ก-25564-04-01-56
ปัญหาเยาวชน (อายุ 18 – 25 ปีบริบูรณ์)

ประเด็นปัญหาที่พบ
อันดับที่ 1 คือ  เยาวชนอยู่ในครอบครัวเลี้ยงเดี่ยว
อันดับที่ 2 คือ  เยาวชนที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมและพบเห็นได้ในที่สาธารณะ ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ และติดสารเสพติดร้ายแรง เช่น ยาบ้า ยาอี สารระเหย กัญชา
อันดับที่ 3 คือ  เยาวชนในครอบครัวยากจนไม่มีค่าใช้จ่ายทางการศึกษา
ที่มา : รายงานสถานการณ์ทางสังคม ปี 2557 สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสตูล

วันเด็กแห่งชาติ1-02-01-56

กองทุนคุ้มครองเด็ก

1 2

กองทุนคุ้มครองเด็ก งบปะมาณ 2558hot

การประชุมคณะอนุกรรมการบริหารกองทุนคุ้มครองเด็กจังหวัดสตูล จำนวน 3 ครั้ง

ครั้งที่ 1 (ประชุมครั้งที่ 5/57)
เมื่อวันศุกร์ที่ 28 พฤศจิกายน 2557 เวลา 09.30 น. ณ ห้องประชุม สนง.พมจ.สตูล สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสตูล ได้รับคำร้องจากราษฎรที่ประสบปัญหาความเดือดร้อน ต้องการได้รับความช่วยเหลือจากเงินกองทุนคุ้มครองเด็ก จำนวน 11 ราย ซึ่งมีเด็กทั้งหมด 20 คน ที่ประชุม มีมติอนุมัติช่วยเหลือ จำนวน 11 ราย มีเด็กทั้งหมด 20 คน รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 96,000 บาท
ชาย 10 คน
หญิง 10 คน

ครั้งที่ 2 (การประชุมครั้งที่ 1/58)
เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 26 กุมภาพันธ์ 2558 เวลา 13.30 น. ณ ห้องประชุม สนง.พมจ.สตูล สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสตูล ได้รับคำรองจากราษฎรที่ประสบปัญหาความเดือดร้อน ต้องการได้รับความช่วยเหลือจากเงินกองทุนคุ้มครองเด็ก จำนวน 8 ราย ซึ่งมีเด็กทั้งหมด 20 คน ที่ประชุม มีมติอนุมัติช่วยเหลือ จำนวน 8 ราย มีเด็กทั้งหมด 20 คน รวมเป็นเงินทั้ง 92,000 บาท
ชาย 12 คน
หญิง 8 คน

ครั้งที่ 3 (การประชุมครั้งที่ 2/58)
เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 23 เมษายน 2558 เวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุม สนง.พมจ.สตูล สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสตูล ได้รับคำรองจากราษฎรที่ประสบปัญหาความเดือดร้อน ต้องการได้รับความช่วยเหลือจากเงินกองทุนคุ้มครองเด็ก จำนวน 7 ราย ซึ่งมีเด็กทั้งหมด 14 คน ที่ประชุม มีมติอนุมัติช่วยเหลือ จำนวน 7 ราย มีเด็กทั้งหมด 14 คน รวมเป็นเงินทั้ง 63,000 บาท
ชาย 6 คน
หญิง 8 คน

ครั้งที่ 4 (ประชุมครั้งที่ 3/58)
เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2558 
สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสตูล ได้รับคำรองจากราษฎรที่ประสบปัญหาความเดือดร้อน ต้องการได้รับความช่วยเหลือจากเงินกองทุนคุ้มครองเด็ก จำนวน 13 ราย ซึ่งมีเด็กทั้งหมด 30 คน ที่ประชุม มีมติอนุมัติช่วยเหลือ จำนวน 13 ราย มีเด็กทั้งหมด 30 คน รวมเป็นเงินทั้ง 99,๐๐๐ บาท ชาย 11 คน หญิง 19 คน

ที่มา : กลุ่มสวัสดิการสังคมและพิทักษ์คุ้มครองสิทธิ สนง.พมจ.สตูล

บุตรบุญธรรมจังหวัดสตูลhot

การประชุมคณะอนุกรรมการการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมประจำจังหวัดสตูล
ครั้งที่ 1/2558
เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2558 เวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุม สนง.พมจ.สตูล สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสตูล มีคำขอรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมของราษฎรจังหวัดสตูล สามารถนำเข้ารับการพิจารณาได้ จำนวน 8 ราย
ที่ประชุม มีมติอนุมัติให้ผู้ขอรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมจดทะเบียนรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม จำนวน 8 ราย ซึ่งมีเด็กทั้งหมด 9 คน
ชาย 1 คน
หญิง 8 คน

ที่มากลุ่มสวัสดิการสังคมและพิทักษ์คุ้มครองสิทธิ สนง.พมจ.สตูล

 

กรมกิจการเด็กและเยาวชน

ddd

 สิทธิประโยชน์สำหรับเด็กและเยาวชน

1.  การสงเคราะห์คุ้มครองสวัสดิภาพเด็กในสถานแรกรับ/สถานสงเคราะห์/สถานคุ้มครองสวัสดิภาพ/สถานพัฒนาและฟื้นฟู
   1.1  การดูแลเด็กในสถานแรกรับ (รับเด็กอายุ 6-18 ปี) มีสถานแรกรับเด็กชาย-หญิง จำนวน 2 แห่ง ใน 2 จังหวัด คือ จังหวัดนนทบุรีและปทุมธานี
1.2  การดูแลเด็กอ่อนในสถานสงเคราะห์ (รับเด็กแรกเกิด-5 ปี) มี 8 แห่ง ใน 7 จังหวัด คือ จังหวัดนนทบุรี ปทุมธานี ขอนแก่น สงขลา เชียงใหม่ อุดมธานี และนครศรีธรรมราช
1.3  การดูแลเด็กในสถานสงเคราะห์เด็ก (รับเด็กอายุ 6-18 ปี) มี 15 แห่ง ใน 14 จังหวัด คือ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี ชลบุรี สระบุรี เชียงใหม่ นครราชสีมา หนองคาย อุดรธานี นราธิวาส ปัตตานี ยะลา นครศรีธรรมราช และสงขลา
1.4  การดูแลเด็กในศูนย์สงเคราะห์และฝึกอาชีพเด็กและเยาวชน (รับเด็กอายุ 6-18 ปี) มี 1 แห่ง ที่จังหวัดศรีสะเกษ
1.5  การดูแลเด็กในสถานคุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก (รับเด็กอายุ 6-18 ปี) มี 4 แห่ง ที่จังหวัดขอนแก่น ระยอง นนทบุรีและปทุมธานี
1.6  การดูแลเด็กในสถานพัฒนาและฟื้นฟู (รับเด็กอายุ 6-18 ปี) มี 4 แห่ง ที่จังหวัดชลบุรี ลำปาง หนองคายและสุราษฎร์ธานี
   1.7  การจัดบริการที่พักชั่วคราวแก่เด็กและครอบครัวที่ประสบปัญหาตลอด 24 ชั่วโมง โดยเป็นสถานแรกรับตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 และเป็นสถานที่รับตัวชั่วคราวตามกฎหมาย 3 ฉบับ คือ พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ. 2539 พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. 2550 และพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ. 2551 ดำเนินการในบ้านพักเด็กและครอบครัว 36 แห่งทั่วประเทศ
2.  การสงเคราะห์ คุ้มครองสวัสดิภาพเด็กและพัฒนาเด็กในครอบครัวชุมชน
2
.1  สงเคราะห์เด็กในครอบครัว มีการจัดบริการสงเคราะห์เด็กในครอบครัวยากจน ประสบปัญหาความเดือดร้อนและสงเคราะห์เด็กนักเรียนขาดแคลน ดังนี้
1.  การให้คำปรึกษาแนะนำ
2.  การให้การช่วยเหลือเป็นเงิน สิ่งของ เครื่องอุปโภคบริโภค และอุปกรณ์การศึกษา หรือให้การช่วยเหลือทั้งเงินและสิ่งของในคราวเดียวกัน ในวงเงินครั้งละไม่เกิน 2,000 บาท ต่อเด็กหนึ่งคนในครอบครัว และไม่เกิน 3,000 บาท สำหรับครอบครัวที่มีเด็กเกินกว่าหนึ่งคน
2.2  การจัดหาครอบครัวอุปถัมภ์
          เป็นการบริการจัดหาครอบครัวทดแทนชั่วคราวให้กับเด็กในสถานสงเคราะห์ เด็กกำพร้า เด็กถูกทอดทิ้ง ซึ่งมีผู้เลี้ยงดูไว้ในครอบครัว อายุตั้งแต่แรกเกิดถึง 18 ปีบริบูรณ์ เพื่อเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนให้เด็กได้เจริญเติบโตอยู่ในครอบครัวแทนการเลี้ยงดูเด็กไว้ในสถานสงเคราะห์ หากครอบครัวที่เลี้ยงดูเด็กประสบปัญหาความเดือดร้อนด้านเศรษฐกิจ จะได้รับการสนับสนุนเป็นเงินช่วยค่าเลี้ยงดูเด็ก รายละไม่เกิน 2,000 บาทต่อเดือน และ/หรือช่วยเหลือเครื่องอุปโภคบริโภคแก่เด็กเดือนละไม่เกิน 500 บาท กรณีเห็นสมควรให้ความช่วยเหลือครอบครัวที่อุปการะเด็กมากกว่า 1 คน ช่วยเหลือเงินค่าเลี้ยงดูเดือนละไม่เกิน 4,000 บาท และ/หรือช่วยเหลือเป็นเครื่องอุปโภคบริโภคเดือนละไม่เกิน 1,000 บาท ทั้งนี้ตามระเบียบกรมประชาสงเคราะห์ว่าด้วยการสงเคราะห์เด็กแบบครอบครัวอุปถัมภ์ พ.ศ. 2544 และประกาศกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ เรื่อง อัตราและหลักเกณฑ์การจ่ายเงินช่วยค่าเลี้ยงดูเด็กแก่ครอบครัวอุปถัมภ์ และ/หรือ ช่วยเหลือเครื่องอุปโภคบริโภคแก่เด็กตามความจำเป็น
2.3  การรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม
เป็
นการดำเนินงานด้านการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมโดยการจัดหาครอบครัวทดแทนที่มีลักษณะถาวร ซึ่งเป็นครอบครัวบุญธรรมชาวไทยที่มีสัญชาติไทย และมีภูมิลำเนาอยู่ในประเทศไทย หรือครอบครัวบุญธรรมชาวต่างประเทศที่มีคุณสมบัติครบถ้วน ทั้งในด้านกฎหมายและด้านของสังคมของประเทศนั้น ๆ ให้กับเด็กกำพร้าถูกทอดทิ้งที่อยู่ในความอุปการะของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ เด็กกำพร้าที่อยู่ในความอุปการะขององค์การสวัสภาพเด็ก (เฉพาะครอบครัวบุญธรรมชาวต่างประเทศ)  เด็กที่บิดามารดาที่แท้จริงยินยอมยกให้ เนื่องจากไม่สามารถให้การอุปการะเลี้ยงดูได้และเด็กที่มีคำสั่งศาลแทนการให้ความยินยอมของบิดามารดาเด็ก โดยดำเนินงานภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ดังนี้
1.  พระราชบัญญัติการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม พ.ศ. 2522
2.  พระราชบัญญัติการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2533
3.  กฎกระทรวงฉบับที่ 9 (พ.ศ. 2543)  ออกตามความในพระราชบัญญัติการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม
4.  พระราชบัญญัติการจดทะเบียนครอบครัว พุทธศักราช 2478
5.  ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
2.3.1  การรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมของชาวไทย จุดบริการ  ศูนย์อำนวยการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม สำหรับผู้มีภูมิลำเนาในเขตกรุงเทพมหานคร หรือสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด สำหรับผู้มีภูมิลำเนาในจังหวัดนั้น ๆ
                  คุณสมบัติผู้ขอรับบริการ
                   1. คุณสมบัติตามกฎหมาย : ผู้ที่จะรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมจะต้องมีคุณสมบัติเบื้องต้น คือ
1.1  ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 25 ปีบริบูรณ์ (นับตั้งแต่วันเกิด ถึงวันที่ยื่นคำร้อง)
1.2  ต้องมีอายุแก่กว่าเด็กที่จะรับเป็นบุตรบุญธรรม อย่างน้อย 15 ปี
1.3  ต้องเป็นผู้ที่ไม่ต้องห้ามเป็นผู้ปกครองเด็กตามมาตรา 1587 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
                  2. คุณสมบัติทางสังคม
2.1  กรณีขอรับเด็กกำพร้า ควรมีคู่สมรสตามกฎหมาย เพื่อเป็นครอบครัวที่สมบูรณ์ มีทั้งบิดามารดา และไม่ควรมีอายุห่างจากเด็กมากเกินไป
2.2  มีฐานะการครองชีพและสถานภาพทางเศรษฐกิจที่มั่นคง / มีที่อยู่อาศัยในสิ่งแวดล้อมที่ดี / มีเวลาพร้อมให้กับเด็กที่จะรับเป็นบุตรบุญธรรม
          2.3.2  การรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมของชาวต่างประเทศ  จุดบริการ  ศูนย์อำนวยการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม สถานเอกอัครราชทูต / หน่วยงานสังคมสงเคราะห์ / องค์กรสวัสดิภาพเด็กในต่างประเทศ
                   คุณสมบัติผู้ขอรับบริการ
                    1. ผู้ขอรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 25 ปีบริบูรณ์ และต้องมีอายุมากกว่าเด็กที่จะเป็นบุตรบุญธรรม อย่างน้อย15 ปี
                   2. จะต้องเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติที่จะรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมได้ตามกฎหมายของประเทศที่ผู้ขอรับมีภูมิลำเนาอยู่ ซึ่งมีความสัมพันธ์ทางการทูตกับประเทศไทย กรณีผู้ขอรับฯ ยื่นคำขอในประเทศไทยจะต้องมีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทยอย่างน้อย ๖ เดือน  และมีระยะเวลาสำหรับการทดลองเลี้ยงดูเด็กไม่น้อยกว่าหกเดือน
                   3. ผู้ขอรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมที่มีบุตรอยู่ในความอุปการะ 3 คนขึ้นไป จะมีการพิจารณาคุณสมบัติของผู้ขอฯ
                   4. ต้องไม่เป็นผู้ต้องห้ามเป็นผู้ปกครองเด็กตามมาตรา 1587 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
                   5. กรณีขอรับเด็กกำพร้าควรมีคู่สมรสตามกฎหมาย เพื่อเป็นครอบครัวที่สมบูรณ์ มีทั้งบิดามารดาและไม่ควรมีอายุห่างจากเด็กมากเกินไป
    2.4  การอนุญาตจัดตั้งสถานรับเลี้ยงเด็กและสถานสงเคราะห์เด็กเอกชน
 กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ มีภารกิจในการส่งเสริมและสนับสนุนให้ภาคเอกชนดำเนินงานสถานรับเลี้ยงเด็กและสถานสงเคราะห์เด็กเอกชน  ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 เพื่อช่วยในการพัฒนาและคุ้มครองสวัสดิภาพ เด็ก / เยาวชน อายุแรกเกิด-18 ปี ให้ได้รับการพัฒนาศักยภาพเหมาะสมตามวัย เพื่อส่งผลให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี โดยการอนุญาตให้จัดตั้งสถานรับเลี้ยงเด็กและสถานสงเคราะห์เด็กเอกชน และสนับสนุนการดำเนินงานโดยการตรวจเยี่ยม ให้คำแนะนำ การพัฒนาบุคลากร อาหารเสริมและสื่อพัฒนาการเด็กตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด เป็นต้น
    2.5  การจัดบริการสถานรับเลี้ยงและพัฒนาเด็กปฐมวัย
 เพื่อเป็นสวัสดิการแก่บุตรหลานข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ตลอดจนประชาชนทั่วไปที่มีรายได้น้อย เพื่อให้เด็กปฐมวัย (0-6 ปี) ได้รับการอบรมเลี้ยงดูและพัฒนาศักยภาพตามวัยอย่างเหมาะสม 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ
โทรศัพท์ 02-6596113, 02-6596107
โทรสาร 02-2818211
ศูนย์อำนวยการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม
โทรศัพท์ 02-3547509, 02-6447996
โทรสาร 02-3547511
และสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด

imagesกลับหน้าแรก

เด็กและเยาวชน

สิทธิประโยชน์สำหรับเด็กและเยาวชน

สิทธิประโยชน์สำหรับเด็กและเยาวชน

1.  การสงเคราะห์คุ้มครองสวัสดิภาพเด็กในสถานแรกรับ/สถานสงเคราะห์/สถานคุ้มครองสวัสดิภาพ/สถานพัฒนาและฟื้นฟู
   1.1  การดูแลเด็กในสถานแรกรับ (รับเด็กอายุ 6-18 ปี) มีสถานแรกรับเด็กชาย-หญิง จำนวน 2 แห่ง ใน 2 จังหวัด คือ จังหวัดนนทบุรีและปทุมธานี
1.2  การดูแลเด็กอ่อนในสถานสงเคราะห์ (รับเด็กแรกเกิด-5 ปี) มี 8 แห่ง ใน 7 จังหวัด คือ จังหวัดนนทบุรี ปทุมธานี ขอนแก่น สงขลา เชียงใหม่ อุดมธานี และนครศรีธรรมราช
1.3  การดูแลเด็กในสถานสงเคราะห์เด็ก (รับเด็กอายุ 6-18 ปี) มี 15 แห่ง ใน 14 จังหวัด คือ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี ชลบุรี สระบุรี เชียงใหม่ นครราชสีมา หนองคาย อุดรธานี นราธิวาส ปัตตานี ยะลา นครศรีธรรมราช และสงขลา
1.4  การดูแลเด็กในศูนย์สงเคราะห์และฝึกอาชีพเด็กและเยาวชน (รับเด็กอายุ 6-18 ปี) มี 1 แห่ง ที่จังหวัดศรีสะเกษ
1.5  การดูแลเด็กในสถานคุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก (รับเด็กอายุ 6-18 ปี) มี 4 แห่ง ที่จังหวัดขอนแก่น ระยอง นนทบุรีและปทุมธานี
1.6  การดูแลเด็กในสถานพัฒนาและฟื้นฟู (รับเด็กอายุ 6-18 ปี) มี 4 แห่ง ที่จังหวัดชลบุรี ลำปาง หนองคายและสุราษฎร์ธานี
   1.7  การจัดบริการที่พักชั่วคราวแก่เด็กและครอบครัวที่ประสบปัญหาตลอด 24 ชั่วโมง โดยเป็นสถานแรกรับตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 และเป็นสถานที่รับตัวชั่วคราวตามกฎหมาย 3 ฉบับ คือ พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ. 2539 พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. 2550 และพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ. 2551 ดำเนินการในบ้านพักเด็กและครอบครัว 36 แห่งทั่วประเทศ

2.  การสงเคราะห์ คุ้มครองสวัสดิภาพเด็กและพัฒนาเด็กในครอบครัวชุมชน
 2
.1  สงเคราะห์เด็กในครอบครัว มีการจัดบริการสงเคราะห์เด็กในครอบครัวยากจน ประสบปัญหาความเดือดร้อนและสงเคราะห์เด็กนักเรียนขาดแคลน ดังนี้
1.  การให้คำปรึกษาแนะนำ
2.  การให้การช่วยเหลือเป็นเงิน สิ่งของ เครื่องอุปโภคบริโภค และอุปกรณ์การศึกษา หรือให้การช่วยเหลือทั้งเงินและสิ่งของในคราวเดียวกัน ในวงเงินครั้งละไม่เกิน 2,000 บาท ต่อเด็กหนึ่งคนในครอบครัว และไม่เกิน 3,000 บาท สำหรับครอบครัวที่มีเด็กเกินกว่าหนึ่งคน
2.2  การจัดหาครอบครัวอุปถัมภ์
          เป็นการบริการจัดหาครอบครัวทดแทนชั่วคราวให้กับเด็กในสถานสงเคราะห์ เด็กกำพร้า เด็กถูกทอดทิ้ง ซึ่งมีผู้เลี้ยงดูไว้ในครอบครัว อายุตั้งแต่แรกเกิดถึง 18 ปีบริบูรณ์ เพื่อเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนให้เด็กได้เจริญเติบโตอยู่ในครอบครัวแทนการเลี้ยงดูเด็กไว้ในสถานสงเคราะห์ หากครอบครัวที่เลี้ยงดูเด็กประสบปัญหาความเดือดร้อนด้านเศรษฐกิจ จะได้รับการสนับสนุนเป็นเงินช่วยค่าเลี้ยงดูเด็ก รายละไม่เกิน 2,000 บาทต่อเดือน และ/หรือช่วยเหลือเครื่องอุปโภคบริโภคแก่เด็กเดือนละไม่เกิน 500 บาท กรณีเห็นสมควรให้ความช่วยเหลือครอบครัวที่อุปการะเด็กมากกว่า 1 คน ช่วยเหลือเงินค่าเลี้ยงดูเดือนละไม่เกิน 4,000 บาท และ/หรือช่วยเหลือเป็นเครื่องอุปโภคบริโภคเดือนละไม่เกิน 1,000 บาท ทั้งนี้ตามระเบียบกรมประชาสงเคราะห์ว่าด้วยการสงเคราะห์เด็กแบบครอบครัวอุปถัมภ์ พ.ศ. 2544 และประกาศกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ เรื่อง อัตราและหลักเกณฑ์การจ่ายเงินช่วยค่าเลี้ยงดูเด็กแก่ครอบครัวอุปถัมภ์ และ/หรือ ช่วยเหลือเครื่องอุปโภคบริโภคแก่เด็กตามความจำเป็น
2.3  การรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม
เป็
นการดำเนินงานด้านการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมโดยการจัดหาครอบครัวทดแทนที่มีลักษณะถาวร ซึ่งเป็นครอบครัวบุญธรรมชาวไทยที่มีสัญชาติไทย และมีภูมิลำเนาอยู่ในประเทศไทย หรือครอบครัวบุญธรรมชาวต่างประเทศที่มีคุณสมบัติครบถ้วน ทั้งในด้านกฎหมายและด้านของสังคมของประเทศนั้น ๆ ให้กับเด็กกำพร้าถูกทอดทิ้งที่อยู่ในความอุปการะของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ เด็กกำพร้าที่อยู่ในความอุปการะขององค์การสวัสภาพเด็ก (เฉพาะครอบครัวบุญธรรมชาวต่างประเทศ)  เด็กที่บิดามารดาที่แท้จริงยินยอมยกให้ เนื่องจากไม่สามารถให้การอุปการะเลี้ยงดูได้และเด็กที่มีคำสั่งศาลแทนการให้ความยินยอมของบิดามารดาเด็ก โดยดำเนินงานภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ดังนี้
1.  พระราชบัญญัติการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม พ.ศ. 2522
2.  พระราชบัญญัติการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2533
3.  กฎกระทรวงฉบับที่ 9 (พ.ศ. 2543)  ออกตามความในพระราชบัญญัติการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม
4.  พระราชบัญญัติการจดทะเบียนครอบครัว พุทธศักราช 2478
5.  ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
2.3.1  การรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมของชาวไทย จุดบริการ  ศูนย์อำนวยการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม สำหรับผู้มีภูมิลำเนาในเขตกรุงเทพมหานคร หรือสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด สำหรับผู้มีภูมิลำเนาในจังหวัดนั้น ๆ
                  คุณสมบัติผู้ขอรับบริการ
                   1. คุณสมบัติตามกฎหมาย : ผู้ที่จะรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมจะต้องมีคุณสมบัติเบื้องต้น คือ
1.1  ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 25 ปีบริบูรณ์ (นับตั้งแต่วันเกิด ถึงวันที่ยื่นคำร้อง)
1.2  ต้องมีอายุแก่กว่าเด็กที่จะรับเป็นบุตรบุญธรรม อย่างน้อย 15 ปี
1.3  ต้องเป็นผู้ที่ไม่ต้องห้ามเป็นผู้ปกครองเด็กตามมาตรา 1587 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
                  2. คุณสมบัติทางสังคม
2.1  กรณีขอรับเด็กกำพร้า ควรมีคู่สมรสตามกฎหมาย เพื่อเป็นครอบครัวที่สมบูรณ์ มีทั้งบิดามารดา และไม่ควรมีอายุห่างจากเด็กมากเกินไป
2.2  มีฐานะการครองชีพและสถานภาพทางเศรษฐกิจที่มั่นคง / มีที่อยู่อาศัยในสิ่งแวดล้อมที่ดี / มีเวลาพร้อมให้กับเด็กที่จะรับเป็นบุตรบุญธรรม
          2.3.2  การรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมของชาวต่างประเทศ  จุดบริการ  ศูนย์อำนวยการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม สถานเอกอัครราชทูต / หน่วยงานสังคมสงเคราะห์ / องค์กรสวัสดิภาพเด็กในต่างประเทศ
                   คุณสมบัติผู้ขอรับบริการ
                    1. ผู้ขอรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 25 ปีบริบูรณ์ และต้องมีอายุมากกว่าเด็กที่จะเป็นบุตรบุญธรรม อย่างน้อย15 ปี
                   2. จะต้องเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติที่จะรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมได้ตามกฎหมายของประเทศที่ผู้ขอรับมีภูมิลำเนาอยู่ ซึ่งมีความสัมพันธ์ทางการทูตกับประเทศไทย กรณีผู้ขอรับฯ ยื่นคำขอในประเทศไทยจะต้องมีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทยอย่างน้อย ๖ เดือน  และมีระยะเวลาสำหรับการทดลองเลี้ยงดูเด็กไม่น้อยกว่าหกเดือน
                   3. ผู้ขอรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมที่มีบุตรอยู่ในความอุปการะ 3 คนขึ้นไป จะมีการพิจารณาคุณสมบัติของผู้ขอฯ
                   4. ต้องไม่เป็นผู้ต้องห้ามเป็นผู้ปกครองเด็กตามมาตรา 1587 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
                   5. กรณีขอรับเด็กกำพร้าควรมีคู่สมรสตามกฎหมาย เพื่อเป็นครอบครัวที่สมบูรณ์ มีทั้งบิดามารดาและไม่ควรมีอายุห่างจากเด็กมากเกินไป
    2.4  การอนุญาตจัดตั้งสถานรับเลี้ยงเด็กและสถานสงเคราะห์เด็กเอกชน
 กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ มีภารกิจในการส่งเสริมและสนับสนุนให้ภาคเอกชนดำเนินงานสถานรับเลี้ยงเด็กและสถานสงเคราะห์เด็กเอกชน  ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 เพื่อช่วยในการพัฒนาและคุ้มครองสวัสดิภาพ เด็ก / เยาวชน อายุแรกเกิด-18 ปี ให้ได้รับการพัฒนาศักยภาพเหมาะสมตามวัย เพื่อส่งผลให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี โดยการอนุญาตให้จัดตั้งสถานรับเลี้ยงเด็กและสถานสงเคราะห์เด็กเอกชน และสนับสนุนการดำเนินงานโดยการตรวจเยี่ยม ให้คำแนะนำ การพัฒนาบุคลากร อาหารเสริมและสื่อพัฒนาการเด็กตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด เป็นต้น
    2.5  การจัดบริการสถานรับเลี้ยงและพัฒนาเด็กปฐมวัย
 เพื่อเป็นสวัสดิการแก่บุตรหลานข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ตลอดจนประชาชนทั่วไปที่มีรายได้น้อย เพื่อให้เด็กปฐมวัย (0-6 ปี) ได้รับการอบรมเลี้ยงดูและพัฒนาศักยภาพตามวัยอย่างเหมาะสม 

อบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ
โทรศัพท์ 02-6596113, 02-6596107
โทรสาร 02-2818211
ศูนย์อำนวยการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม
โทรศัพท์ 02-3547509, 02-6447996
โทรสาร 02-3547511
และสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด