สถานการณ์ค้ามนุษย์จังหวัดสตูล

 รายงานผลการปฏิบัติงานด้านการค้ามนุษย์จังหวัดสตูล
สถานการณ์ด้านการค้ามนุษย์
ณ สิงหาคม ๒๕๕๘

สถานการณ์ระดับโลกและในประเทศไทย 

รายงานระดับโลก ประจำปี ๒๕๕๘ ที่จัดทำโดยองค์การสหประชาชาติว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรม ( United Nations on Drugs and Crime : UNODC ) ระบุว่า “ปัญหาการค้ามนุษย์เป็นปรากฎการณ์ระดับโลกอย่างแท้จริง ส่วนใหญ่ผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ที่พบเป็นหญิงและเด็กถูกแสวงหาประโยชน์ทางเพศ บังคับใช้แรงงานและเพื่อวัตถุประสงค์อื่น

ในส่วนของประเทศไทยซึ่งมีพรมแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้านหลายพันกิโลเมตร และยังเป็นศูนย์กลางของการคมนาคมในภูมิภาค รวมทั้งการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของไทย ทำให้แรงงานจำนวนมากจากประเทศเพื่อนบ้าน เคลื่อนย้ายเข้ามาหรือเคลื่อนย้ายผ่านประเทศไทย ทั้งที่เข้าเมืองโดยถูกกฎหมาย และผิดกฎหมาย เพื่อหางานทำที่มีรายได้ดีกว่าในประเทศตน อีกทั้งผู้ประกอบการของไทยและประเทศที่สามก็มีความต้องการแรงงานต่างด้าวมาทำงานบางประเภทที่คนในชาติไม่นิยมทำ เช่น งานกรรมกร งานในอุตสาหกรรมประมงและประมงต่อเนื่อง จึงเกิดกระบวนการนำพา หรือ หลอกลวงทั้งจากประเทศต้นทางและประเทศปลายทางทำให้คนไทยและคนต่างด้าวจำนวนหนึ่ง ตกเข้าสู่ขบวนการค้ามนุษย์ทั้งในประเทศตนเองและประเทศอื่น

ประเด็นที่ประเทศไทยถูกจัดอันดับไปบัญชี ๓

จากการประเมินบันทึกการดำเนินการปราบปรามการค้ามนุษย์ของแต่ละประเทศ กระทรวง  การต่างประเทศสหรัฐอเมริกา เปิดเผยรายงานการค้ามนุษย์ประจำปี ๒๕๕๘ เมื่อวันที่ ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๕๘ จัดทำขึ้นโดยกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา ที่สะท้อนถึงความรุนแรงเรื่องของการค้ามนุษย์ โดยเปรียบเทียบสถานการณ์การค้ามนุษย์ของ ๑๘๘ ประเทศทั่วโลก กับมาตรฐานของสหรัฐอเมริกา และจัดลำดับประเทศต่างๆ ประเทศไทยยังคงถูกจัดอยู่บัญชี ๓ (Tier ๓) ร่วมกับเกาหลีเหนือ ซูดานใต้ ซีเรีย คืออยู่ในอันดับที่แย่ โดยมีประเด็น ดังนี้

  • การค้ามนุษย์ในประเทศไทย โดยเฉพาะการค้ามนุษย์ในธุรกิจการประมงยังคงเลวร้าย
  • ประเทศไทยไม่ได้ปฏิบัติตามมาตรฐานระดับต่ำสุดของการกำจัดการค้ามนุษย์ และไม่มีความพยายามที่เห็นได้ชัดในการกำจัดการค้ามนุษย์
  • สถานการณ์การคอร์รัปชั่นของเจ้าหน้าที่บ้านเมืองที่เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ยังคงมีอยู่ อย่างต่อเนื่อง
  • ประเทศไทยเป็นแหล่งต้นทาง ปลายทาง และเส้นทางผ่านของเหยื่อการค้ามนุษย์ทั้งผู้ชาย ผู้หญิง และเด็ก ที่ถูกนำไปบังคับใช้แรงงานและการค้าทางเพศ ทั้งไทย พม่า ลาว และกัมพูชา
  • การค้ามนุษย์เพื่อให้บริการทางเพศ ยังคงเป็นปัญหาหลักของประเทศไทยที่มีการเปิดสถานบริการทางเพศมากมาย
  • การเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางการลักลอบค้าชาวโรฮีนจาที่พยายามหลบหนีออกจากพม่า ซึ่งมีการพบหลักฐานเป็นหลุมศพขนาดใหญ่ของชาวโรฮีนจาในพื้นที่ทางตอนใต้ของไทยและมาเลเซีย

๒.นโยบาย ยุทธศาสตร์และมาตรการ เรื่อง การป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์

คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๕๓ เห็นชอบนโยบาย ยุทธศาสตร์และมาตรการ ในการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์พุทธศักราช ๒๕๕๔- ๒๕๕๙ ประกอบด้วย ๕ ยุทธศาสตร์  คือ

๒.๑ นโยบายและยุทธศาสตร์ระดับชาติ

  • ยุทธศาสตร์ด้านการป้องกัน
  • ยุทธศาสตร์ด้านการดำเนินคดี
  • ยุทธศาสตร์ด้านการคุ้มครองช่วยเหลือ
  • ยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนากลไกเชิงนโยบายและการขับเคลื่อน
  • ยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาและบริหารข้อมูล

ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรระหว่างประเทศ และภาคประชาสังคม ใช้เป็นแนวทางในการดำเนินงานป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์

      ๒.๒ นโยบายเร่งด่วนการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์  

นโยบายเร่งด่วนการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ โดยการขับเคลื่อนและบูรณาการตามหลักมาตรฐานสากล 5P ดังนี้

๑) ด้านการดำเนินคดีและบังคับใช้กฎหมาย (Prosecution) ให้ความร่วมมือกับ หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายในการคัดแยกผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์และดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดค้ามนุษย์

๒) ด้านการคุ้มครองช่วยเหลือ (Protection) ให้การช่วยเหลือผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์อย่างเท่าเทียม ไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือคนต่างด้าว

๓) ด้านการป้องกัน (Prevention) รณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ความเข้าใจถึงภัย ของการค้ามนุษย์กับประชาชนกลุ่มเสี่ยง

๔) ด้านนโยบายและกลไกการขับเคลื่อนไปสู่การปฏิบัติ (Policy and Mechanism) ผลักดัน ส่งเสริม และติดตามการดำเนินงาน ตามนโยบายและแผนบูรณาการทั้งในระดับชาติและระดับจังหวัด

๕) ด้านความร่วมมือกับทุกภาคส่วนและความร่วมมือระหว่างประเทศ (Partnership) ให้ความร่วมมือกับองค์กรเอกชน นักวิชาการ สื่อมวลชน ประชาสังคม องค์การระหว่างประเทศ สหประชาชาติ และประเทศต่างๆ ทั้งประเทศต้นทาง ทางผ่าน และปลายทางของการค้ามนุษย์

      ๒.๓ การประกาศวาระแห่งชาติ เรื่อง การป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มอบนโยบายและการประกาศวาระแห่งชาติ  เรื่อง การป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ เมื่อวันศุกร์ที่ ๓ เมษายน ๒๕๕๘ ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดยึดถือปฏิบัติและบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ให้บังเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม สามารถสรุปมาตรการสำคัญได้ ๗ ด้าน ดังนี้

๑. มาตรการการป้องกัน ให้จังหวัดเร่งดำเนินการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าว

๒. มาตรการการสกัดกั้น เน้นป้องกันบริเวณแนวชายแดน เส้นทางเดินทางเข้าพื้นที่ชั้นใน โดยการ จัดตั้ง จุดสกัดตามเส้นทางต่างๆ ทั้งทางบก ทางน้ำ ทางทะเล

๓. มาตรการปราบปราม ให้ดำเนินการปราบปรามการค้ามนุษย์อย่างเด็ดขาด โดยเฉพาะ แรงงานกลุ่มเสี่ยง

๔. มาตรการเพิ่มประสิทธิภาพด้านการเข้าถึงเครือข่ายการค้ามนุษย์ในพื้นที่ โดยใช้มาตรการด้านการข่าว เพื่อขยายผลไปสู่ตัวการ นายทุน เครือข่ายขบวนการค้ามนุษย์ รวมทั้งประสานการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างจริงจัง

๕. มาตรการเพิ่มประสิทธิภาพในการรับแจ้งข้อมูลข่าวสารการค้ามนุษย์ โดยผ่านเครือข่าย ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดและอำเภอ จัดชุดเคลื่อนที่เร็วในการรับเรื่องราวร้องทุกข์ประจำตำบลและหมู่บ้าน

๖. มาตรการช่วยเหลือเยียวยาผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ ให้มีสถานที่คุ้มครองหรือที่พักพิงของผู้เสียหายและดูแลช่วยเหลือเหยื่อจากการค้ามนุษย์ตามมาตรฐานสากล

๗. มาตรการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการอย่างบูรณาการ ให้ทุกหน่วยยึดถือและปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาลอย่างเคร่งครัด โดยกำชับเจ้าหน้าที่ทุกระดับของหน่วยงานไม่ให้เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ทุกกรณี

        ๒.๔ การประกาศคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

ตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๐/๒๕๕๘ ลงวันที่ ๒๙ เมษายน ๒๕๕๘ เรื่อง การแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม ได้มีมาตรการในการป้องกัน ยับยั้ง และขจัดการทำการประมงผิดกฎหมาย และให้กรมประมงเร่งดำเนินการจัดตั้งศูนย์ควบคุมการแจ้งเข้า – แจ้งออก ของเรือประมง เพื่อควบคุม ตรวจสอบเรือประมงและขับเคลื่อนงานด้านการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ด้านแรงงานประมง

        ๒.๕ การปรับปรุงพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๕๘ 

เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ เพื่อปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ เพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ โดยกำหนดให้มีมาตรการสร้างแรงจูงใจให้ผู้พบเห็นเหตุการค้ามนุษย์แจ้งข้อมูลต่อเจ้าหน้าที่ของรัฐ และกำหนดมาตรการเพิ่มอำนาจทางปกครองให้แก่เจ้าหน้าที่ รวมทั้งปรับปรุงบทกำหนดโทษที่เกี่ยวข้องให้เหมาะสมยิ่งขึ้น ซึ่งสรุปสาระสำคัญได้ดังนี้

มาตรา ๑๓ (๑) ผู้ใดแจ้งแก่พนักงานเจ้าหน้าที่หรือพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจให้ทราบว่ามีกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ ถ้าได้กระทำโดยสุจริตย่อมได้รับความคุ้มครองไม่ต้องรับผิดทั้งทางแพ่งและอาญา

มาตรา ๑๕ ให้มีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ เรียกโดยย่อว่า “คณะกรรมการ ปคม.” มีอำนาจหน้าที่ในการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการและอนุกรรมการสามารถจะดำเนินการในการเข้าไปตรวจค้นในสถานที่ใดที่มีเหตุต้องสงสัยว่ามีการกระทำความเกี่ยวกับการค้ามนุษย์

มาตรา ๑๖/๑ ให้นายกรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีมีอำนาจประกาศ กำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ในสถานประกอบกิจการ โรงงาน และยานพาหนะ และประกาศกำหนดให้สถานประกอบกิจการ โรงงาน และยานพาหนะใดๆ ต้องอยู่ภายใต้บังคับของมาตรการดังกล่าว

มาตรา ๑๖/๒ ในกรณีที่พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจพบว่ามีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ หรือพบการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ ในสถานประกอบกิจการ โรงงาน หรือยานพาหนะ โดยหากเจ้าของผู้ครอบครองหรือผู้ดำเนินกิจการดังกล่าว ไม่สามารถชี้แจงหรือพิสูจน์ ให้คณะอนุกรรมการ ตามมาตรา ๒๕ วรรคสอง เชื่อได้ว่าตนได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรแก่กรณีแล้ว โดยมีอำนาจซึ่งอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้

  • ปิดสถานประกอบกิจการหรือโรงงานชั่วคราว
  • พักใช้ใบอนุญาตประกอบกิจการสำหรับการประกอบกิจการหรือโรงงาน
  • ห้ามใช้ยานพาหนะเป็นการชั่วคราว
  • ดำเนินมาตรการที่จำเป็นเพื่อป้องกันมิให้มีการกระทำผิดซ้ำอีก

       ๒.๖ นโยบายการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์จังหวัดสตูล 

๑. ให้ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์จังหวัดสตูล เป็นศูนย์กลางกลไกการดำเนินงาน ดังนี้

๑.๑ การจัดประชุมคณะอนุกรรมการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์จังหวัด เดือนละ ๑ ครั้ง เพื่อติดตามผล วางแผน รวบรวมข้อมูล รายงานผลต่อศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์แห่งชาติ

๑.๒ การจัดระบบการรายงานผล ภาพรวมของจังหวัด ทุกวันที่ ๓๐ ของเดือน

๑.๓ การบูรณาการออกตรวจสถานประกอบการ กิจการประมงทะเล สถานบันเทิง ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นประจำทุกเดือน เพื่อป้องกันการค้ามนุษย์ในพื้นที่

๒. การให้มีศูนย์รับเรื่อง เกี่ยวกับการค้ามนุษย์ เป็นหน่วยเคลื่อนที่เร็ว ประจำตำบล หมู่บ้าน โดยมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้านและอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด มีบทบาทภารกิจร่วมกัน

๓. การให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำระดับหมู่บ้านและตำบลร่วมบูรณาการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ ขับเคลื่อนงานตามบทบาทภารกิจอย่างเคร่งครัด

๔. การพัฒนาความร่วมมือในการเฝ้าระวังและการแจ้งเบาะแส รวมถึงแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารจากเครือข่ายในพื้นที่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำระดับตำบลและหมู่บ้าน

๓.ผลการดำเนินงานป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ในจังหวัดสตูล

     ๓.๑ ด้านการดำเนินคดีและบังคับใช้กฎหมายการดำเนินงานการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ ตามมาตรฐานสากล ๕P  ตั้งแต่เดือนตุลาคม ๒๕๕๗ ถึง ๒๑ สิงหาคม ๒๕๕๘

๓.๑.๑ การจัดตั้งจุดตรวจ จุดสกัด

ตำรวจภูธรจังหวัดสตูล ได้มีการจัดตั้งจุดตรวจจุดสกัด ปิดล้อมตรวจค้น ตั้งจุดตรวจ จุดสกัด เพื่อป้องกันการลักลอบการค้ามนุษย์ ตั้งแต่เดือนตุลาคม ถึง สิงหาคม ๒๕๕๘ ในทุกพื้นที่เสี่ยงของจังหวัดสตูล    จำนวน ๓๐๐ จุด   พบผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ ๔ คน เป็นชาวโรฮีนจา (เมียนมาร์มุสลิม) จับกุมผู้ต้องหาได้ ๕ คน หลบหนี ๓ คน

๓.๑.๒ การตรวจจับกุมผู้หลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย

ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสตูล ได้สรุปผลการจับกุมผู้หลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ตั้งแต่เดือนตุลาคม ๒๕๕๗ ถึง สิงหาคม ๒๕๕๘ รวมทั้งสิ้น ๑๐๒ คน แยกเป็นบุคคลสัญชาติพม่า ๖๖ คน ลาว ๒ คน กัมพูชา ๒๓ คน และสัญชาติอื่น ๆ ๒๓ คน      

๓.๒ ด้านการคุ้มครองช่วยเหลือ

๓.๒.๑ การคัดแยกผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์

ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์จังหวัด โดยสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสตูล ได้ร่วมสัมภาษณ์และคัดกรองผู้หลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ จำนวน ๔ คน อยู่ในความคุ้มครองสวัสดิภาพฯ ณ บ้านศรีสุราษฎร์ฯ  ส่วนผู้ที่ไม่เข้าข่ายเป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ จำนวน ๓๓ คน ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสตูล ดำเนินการทางกฎหมายหลบหนีเข้าเมืองและส่งกลับภูมิลำเนาประเทศต้นทางต่อไป

๓.๓ ด้านการป้องกัน

๓.๓.๑ การจดทะเบียนแรงงานต่างด้าว

(๑) สำนักงานจัดหางานจังหวัดสตูล ได้สรุปจดทะเบียนแรงงาน  ต่างด้าวให้ได้รับอนุญาตทำงานถูกต้องตามกฎหมาย ประจำเดือนสิงหาคม ๒๕๕๘
จำนวนแรงงานที่มาจดทะเบียน ยอดรวมสะสมทั้งสิ้น จำนวน ๘,๘๒๖ คน
เมียนมาร์ ๗,๑๓๔ คน
ลาว              ๕๒๒ คน
กัมพูชา    ๑,๑๗๐ คน

(๒) การดำเนินการตรวจสอบการทำงานของคนต่างด้าวและสถานประกอบการสำนักงานจัดหางานจังหวัดสตูล ได้ดำเนินการตรวจสอบสถานประกอบการด้านแรงงานไทย และแรงงานต่างด้าว ตั้งแต่เดือน ตุลาคม ๒๕๕๗ ถึง สิงหาคม ๒๕๕๘
นายจ้างสถานประกอบการ ๒๐ คน
แรงงานไทย                    ๓๐๘ คน
เมียนมาร์                            ๙๖ คน
ลาว                                    ๓๑ คน
กัมพูชา                           ๒๔๔ คน
อื่น ๆ                                   ๑๖ คน
รวมแรงงานต่างด้าว       ๓๘๗ คน
ผลการตรวจต่างด้าว
ถูกต้อง                           ๓๗๙ คน
ไม่ถูกต้อง                            ๘ คน

๓.๓. การตรวจสถานประกอบการ

ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์จังหวัดสตูล   ร่วมออกตรวจสถานประกอบกิจการ สถานบริการ จำนวน ๕๘ แห่ง ละเอียดดังตารางต่อไปนี้

สถานที่ตรวจ

ผลการตรวจ

หน่วยงานที่บูรณาการ

สถานประกอบกิจการ สถานบริการ พื้นที่จังหวัดสตูลท่าเทียบเรือปากบาราท่าเทียบเรือตำมะลัง ตรวจคุ้มครองแรงงานเด็กและแรงงานบังคับ (ประมงทะเลและเกี่ยวเนื่อง) จำนวน ๕๘ แห่งพบ ลูกจ้าง ๙๐๓ คนได้ดำเนินคดี เรือ จำนวน ๒ ลำ นายจ้าง ๒ ราย กรณี ลูกจ้างอายุต่ำกว่า ๑๘ ปี คณะอนุกรรมศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการ      ค้ามนุษย์จังหวัด

สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดสตูล ได้มีการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎหมายและกระบวนการค้ามนุษย์ แก่เจ้าของสถานประกอบการ และลูกจ้าง พร้อมทั้งได้ชี้แจงสิทธิตามกฎหมายแรงงานและกฎกระทรวงคุ้มครองแรงงานประมง ให้แก่นายจ้าง ๑๖๗ ราย ซึ่งมีลูกจ้าง ๑,๐๕๘ คน ณ ศูนย์ One – Stop – Service ๓.๓.๓ ศูนย์แจ้งเข้า – แจ้งออกเรือประมงจังหวัดสตูล

สำนักงานประมงจังหวัดสตูล ได้จังตั้งศูนย์ควบคุมการแจ้งเข้า – แจ้งออกเรือประมง โดยมีผลการดำเนินงานระหว่างวันที่ ๖ พฤษภาคม ถึง ๑๗ สิงหาคม ๒๕๕๘ ดังนี้

(๑) เรือที่มีอาชญาบัตรจังหวัดสตูล                   จำนวน   ๒๐๓     ลำ         แรงงาน  ๓,๒๘๗ คน

(๒) เรือที่มีอาชญาบัตรจังหวัดอื่น                    จำนวน      ๓๓     ลำ         แรงงาน     ๒๙๖ คน

รวม ๒๓๖ ลำ และแรงงาน  ๓,๕๘๓  คน

๓.๓.๔ การเตรียมความพร้อมของบุคลากร

ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์จังหวัดสตูล โดยสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสตูล ได้จัดทำโครงการ จำนวน ๗ โครงการ ซึ่งได้ดำเนินการไปแล้ว จำนวน ๔ โครงการ เหลืออีก ๓ โครงการ อยู่ในระหว่างการดำเนินการในช่วงเดือนสิงหาคม ถึง กันยายน ๒๕๕๘

 ๓.๔ ด้านนโยบายและกลไกการขับเคลื่อนไปสู่การปฏิบัติ

๓.๔.๑ การประชุมขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ คสช.ด้านการประมง

ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์จังหวัดสตูล โดยสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสตูล ร่วมประชุมขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ คสช.ด้านการประมงกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อประชาสัมพันธ์เรือประมง/แพปลา ผู้ควบคุมเรือ แรงงาน ได้รับทราบนโยบายของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาเรือประมง IUU พร้อมทั้งแนะนำข้อปฏิบัติต่างๆ ในช่วงเดือนเมษายน ถึง พฤษภาคม ๒๕๕๘ เป็นการกวดขัน พร้อมทั้งจับกุมเรือประมง แรงงานต่างด้าว และดำเนินคดีกับผู้ประกอบการที่ไม่ปฏิบัติตามนโยบาย ณ หน่วยปฏิบัติการ หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่งที่ ๔๕๒ ต.แหลมสน อ.ละงู จ.สตูล

พร้อมทั้งสนธิกำลังในการตรวจสถานประกอบกิจการ (เรือประมงทะเล) สถานประกอบการต่างๆ และประชาสัมพันธ์เรือประมง/แพปลา ผู้ควบคุมเรือ แรงงาน จำนวน ๔ ครั้ง รายละเอียดดังนี้

ผลการออกตรวจสถานประกอบกิจการ (เรือประมงทะเล) และสถานประกอบการต่างๆ

วัน เดือน ปี

สถานที่

ผลการออกตรวจ

๒๓ ก.พ.๕๘ ท่าเรือปากบารา ต.ปากน้ำ อ.ละงู จ.สตูล ออกตรวจแพปลา ผลปรากฎว่าไม่พบความผิดฐานค้ามนุษย์  ผู้ประกอบกิจการ ผู้ควบคุมเรือ และแรงงานได้รับความรู้เกี่ยวกับการค้ามนุษย์
๑๑ มี.ค.๕๘ ท่าเรือ ต.แหลมสน และ ต.ปากน้ำ อ.ละงู  จ.สตูล
๑๒ มี.ค.๕๘ ท่าเรือ ต.เจ๊ะบิลัง อ.เมือง จ.สตูล
๒๓ มี.ค.๕๘ ท่าเรือปากบารา ต.ปากน้ำ อ.ละงู จ.สตูล

๓.๔.๒ การจัดประชุมคณะอนุกรรมการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์จังหวัดสตูล

สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสตูล โดยศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์จังหวัดสตูล ได้ดำเนินการจัดประชุมฯ จำนวน ๘ ครั้ง

๓.๕ การดำเนินงานตามข้อสังเกตจากการตรวจบูรณาการ

ประเด็นข้อสังเกต จากการตรวจบูรณาการ ผู้ตรวจราชการกระทรวง (นายสมคิด สมศรี) ร่วมกับผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรีและผู้ตรวจราชการกระทรวงอื่นๆ เมื่อวันที่ ๑๙ มีนาคม ๒๕๕๘ ได้มอบแนวทางในการปฏิบัติงานการป้องกันและแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ในจังหวัดสตูล ดังนี้

(๑)  ให้ทำการคัดแยกผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ ๑๐๐ %

(๒)  การรายงานคดีค้ามนุษย์ è ให้ประชุมทุกเดือน

(๓) ในส่วนของผู้ประกอบการèมีการประชาสัมพันธ์ให้ทราบว่าโทษจะมีการเพิ่มขึ้นเพื่อเป็นการป้องปราม

(๔)  ตรวจคนเข้าเมืองต้องรีบผลักดันผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ให้เร็วที่สุด

(๕) ข้อมูลการจดทะเบียนแรงงาน จำนวน ๒,๐๐๐ กว่าคน ซึ่งถือเป็นจำนวนน้อย เมื่อเปรียบกับสถานประกอบการที่มี จำนวน ๑,๕๐๐ กว่าแห่ง ควรมีการรณรงค์ให้มีการจดทะเบียนแรงงานให้มากกว่านี้

     ผลการดำเนินงานตามข้อสังเกต

สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสตูล ได้ดำเนินการดังนี้

  • การคัดแยกผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์

สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ร่วมกับตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสตูล และตำรวจภูธรจังหวัดสตูล ร่วมสัมภาษณ์คัดแยกผู้หลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายที่ถูกจับกุม จำนวน ๑๐๐ %  ตามนโยบายในทุกครั้งที่ได้รับการประสาน

  • การประชุมศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์จังหวัด

ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์จังหวัด   โดยสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสตูล  ได้มีการจัดประชุมคณะอนุกรรมการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์จังหวัดสตูล  ระหว่างเดือนตุลาคม   ๒๕๕๗ – ๑๙  สิงหาคม  ๒๕๕๘ รวม ๘ ครั้ง

เพื่อขับเคลื่อนงานด้านการปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ในภาพรวมของจังหวัด นำเสนอข้อมูล สถานการณ์ แนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์   ผลและแผนการดำเนินงานรวมทั้งปัญหาและอุปสรรคในการทำงาน  เพื่อรายงานศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์แห่งชาติ

แผนการจัดประชุม ศป.คม. จังหวัดสตูล กำหนดเป้าหมายไว้ที่ ๑๒ ครั้ง ตามนโยบายโดยวันที่  ๒๖ สิงหาคม  ๒๕๕๘ เป็นการประชุมครั้งที่  ๙  ที่อำเภอละงู ครั้งที่ ๑๐ วันที่ ๓๑ สิงหาคม  ๒๕๕๘ เป็นการประชุมคณะกรรมการ ศป.คม.  เพื่อสรุปผลการทำงานในเดือนสิงหาคม  และการพิจารณาร่างเอกสารสรุปผลการดำเนินงานป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์  ในปีงบประมาณ  ๒๕๕๘  ครั้งที่  ๑๑  เบื้องต้นกำหนดวันที่ ๘ กันยายน  ๒๕๕๘  ประชุมสัญจรร่วมกับผู้ประกอบการและผู้ใช้แรงงานที่เกี่ยวข้อง  และครั้งที่  ๑๒  จะเป็นการประชุมสรุปผลการดำเนินงานของจังหวัดสตูล  รวมทั้งการพิจารณามาตรการในการดำเนินงานปี  ๒๕๕๙

  • การออกตรวจสถานประกอบการ กิจการทะเล และสถานบริการต่างๆ ในจังหวัดสตูล

–  การปฏิบัติการระดมกวาดล้างการค้ามนุษย์บริเวณท่าเรือ และร่วมบูรณาการออกตรวจสถานประกอบการและสถานบริการ จำนวน ๕๘ แห่ง ไม่พบความผิดฐานค้ามนุษย์ พร้อมทั้งชี้แจงให้ความรู้กฎหมายแก่ผู้ประกอบการ แรงงานต่างด้าวและแรงงานไทย

– การจัดตั้งจุดสกัด จุดตรวจ เพื่อป้องกันการลักลอบการค้ามนุษย์ในพื้นที่จังหวัดสตูล จำนวน ๓๐๐ ครั้ง พบผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์จำนวน ๔ ราย และได้จับกุมผู้ต้องหา จำนวน ๕ ราย พร้อมทั้งตรวจยึดทรัพย์สิน

๔) การแก้ปัญหาเร่งด่วน IUU Fishing

การจัดตั้งศูนย์ควบคุมการแจ้งเข้า – แจ้งออก ของเรือประมง เมื่อวันที่ ๖ พฤษภาคม ๒๕๕๘ และมีการขับเคลื่อนงานศูนย์ควบคุมการแจ้งเข้า – ออก ของเรือประมง จนถึงปัจจุบัน (แจ้งข้อมูลทุกวันก่อนออกและแจ้งข้อมูลสัตว์น้ำเพื่อแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ด้านแรงงานประมง) มีเรือแจ้งเข้า – แจ้งออก จำนวน ๒๓๖ ลำ และแรงงาน ๓,๕๘๓ คน

๕) การเร่งการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าว ๓ สัญชาติ ในพื้นที่จังหวัดสตูล

สำหรับการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวให้ได้รับอนุญาตทำงานถูกต้องตามกฎหมาย ในจังหวัดสตูล จากเดิม ๒,๗๘๗ คน (One stop Service : OSS ) เพิ่มเป็น ๘,๘๒๖ คน คิดเป็น ๙๓ เปอร์เซ็นต์

และได้เร่งดำเนินการแจ้งนายจ้างสถานประกอบการ นำแรงงานต่างด้าวที่เข้ามาทำงานภายในจังหวัดสตูลให้ขึ้นทะเบียนแรงงานถูกต้องตามกฎหมายทุกราย และให้แรงงานได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายแรงงาน

๔. ปัญหา อุปสรรค ข้อจำกัด

๔.๑ ปัจจัยเสี่ยง

๑) เจ้าหน้าที่องค์กรภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วไป ขาดความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ อาทิ นิยาม ขอบเขต สถานการณ์ปัจจุบัน บทบาทภารกิจของหน่วยงานแวดล้อม ช่องทางการติดต่อประสานงาน รวมทั้งสาระและหลักเกณฑ์ของกฎหมายการค้ามนุษย์

๒) ผู้ประกอบการกิจการประมงทะเล และสถานประกอบการต่าง ๆ ไม่เข้าใจกฎหมายเกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ ทำให้บางครั้งการปฏิบัติไม่เป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติ

๓) การเปิดด่านการค้าชายแดนทำให้มีการเข้าออกประเทศได้ง่ายขึ้น ปัจจุบันมีความเข้มงวดมากขึ้นแต่ยังมีความเสี่ยง เนื่องจากกำลังเจ้าหน้าที่อาจไม่เพียงพอ

๔) จังหวัดสตูลมีพรมแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งอาจเป็นทั้งจังหวัดต้นทาง ทางผ่านและปลายทางการค้ามนุษย์

๔.๒ จุดแข็งที่เป็นปัจจัยสนับสนุนการดำเนินงาน

๑) นโยบาย มาตรการ ของรัฐบาลที่มีความชัดเจน ต่อเนื่อง และจริงจัง รวมทั้งการแปลง

นโยบายสู่การปฏิบัติ ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูลให้ความสำคัญ ดำเนินการถ่ายทอด และกำกับดูแลด้วยตนเอง

๒) การปรับปรุงกฎหมายให้เอื้อ และสอดคล้องกับบริบทจริงของการปฏิบัติงาน ทำให้เกิดความชัดเจนในแนวทางปฏิบัติ การบังคับใช้กฎหมายเป็นไปอย่างได้ผล

๓) งบประมาณ ที่ส่วนกลางสนับสนุนทั้งในการจัดประชุม ศป.คม. รวมทั้งการสนับสนุน

โครงการที่เสนอไปยังกองทุนต่อต้านการค้ามนุษย์ ทำให้มีต้นทุนในการดำเนินงานตามบริบทของจังหวัดได้บรรลุผล

๔) คณะอนุกรรมการ ศป.คม.จังหวัดสตูล สามารถบูรณาการระบบงาน ต้นทุนทรัพยากรที่มี และประสานความร่วมมือในการเป็นกลไกขับเคลื่อน ผลักดันในทุกเรื่องที่มีผลกระทบและเกี่ยวข้องกับจังหวัดทั้งเชิงนโยบาย วิชาการ และความเป็นอยู่ของประชาชน ได้ในทันทีทั้งที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ

๕) องค์กรชุมชนส่วนใหญ่มีความเข้มแข็งและเป็นเครือข่าย มีความสามัคคีในชุมชนทำให้เป็น

ชุมชนที่มีความเข้มแข็งและสามารถป้องกันชุมชนของตนเองได้

๔.๓ จุดอ่อนที่เป็นอุปสรรคในการดำเนินงาน

๑) การประชาสัมพันธ์เผยแพร่ในการสร้างความตระหนัก ความมีส่วนร่วมของประชาชนยังไม่ทั่วถึง โดยเฉพาะในระดับพื้นที่ ทำให้ประชาชนยังขาดความรู้เกี่ยวกับปัญหาการค้ามนุษย์

๒) การดำเนินการคัดแยกผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ กรณีเป็นชาวต่างชาติ หรือ ต่างด้าว ขาดล่ามภาษา หรือบางครั้งที่มาของล่ามอาจส่งผลต่อกระบวนการคุ้มครองผู้เสียหาย หากมีเจตนาแอบแฝง

๓) งบประมาณในการดำเนินการ อาทิ ด้านรณรงค์ประชาสัมพันธ์ ด้านการจัดอบรมให้ความรู้แก่ประชาชนมีน้อย ทำให้ไม่สามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่องเป็นระบบ หรือบางครั้งการสนับสนุนมีเงื่อนไข กระบวนงานที่เกี่ยวข้องมาก ส่งผลให้การได้รับงบประมาณเป็นไปอย่างล่าช้า รวมทั้งเครื่องมือ อุปกรณ์ เรือตรวจการ น้ำมันเชื้อเพลิง ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีน้อย ไม่เพียงพอต่อการปฏิบัติงาน

๔) เจ้าหน้าที่ที่มีความรู้เรื่องการค้ามนุษย์ในจังหวัดมีน้อย และยังขาดประสบการณ์ในการดำเนินคดีเกี่ยวกับการค้ามนุษย์

๕. ข้อเสนอแนะ
๕.๑ ระดับประเทศควรนำยุทธศาสตร์การป้องกันและแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ ไปจัดทำแผนปฏิบัติการรายปีให้จังหวัด เพื่อดำเนินการอย่างเป็นระบบ ทิศทางเดียวกัน คลอบคลุมทุกพื้นที่ของประเทศ โดยเปิดพื้นที่ให้เพิ่มเติมกระบวนงานในบริบทของแต่ละพื้นที่จังหวัด รวมทั้งการวางระบบการดำเนินงาน และการรายงานผลการปฏิบัติงานในมิติคุณภาพ

๕.๒ ทุกกระบวนงานต้องกำหนดเงื่อนไขเวลาที่ชัดเจน รวดเร็ว และเป็นระบบ ทั้งระบบคนระบบงาน และงบประมาณที่สนับสนุนการดำเนินงาน ส่วนงานที่ดำเนินการล่าช้าควรกำหนดบทลงโทษ ส่วนงานที่สนองนโยบายได้ควรมีการเสริมแรงให้

๕.๓ การสนับสนุนงบประมาณเพื่อป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ โดยเฉพาะจากกองทุนต่อต้านการค้ามนุษย์ ควรมีความเป็นพลวัตร และลดเงื่อนไขเวลาต่างๆลง เพื่อให้เอื้อต่อการปฏิบัติงาน และเพิ่มมาตรการตรวจติดตาม กำกับดูแลการใช้จ่ายงบประมาณให้เกิดประโยชน์สูงสุด

๕.๔ ควรนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาเสริมการปฏิบัติงาน เพื่อให้สามารถติดตาม ข้อมูลข่าวสาร การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และถ่ายโอนประสบการณ์ในงานทั้งระดับประเทศ และระดับจังหวัด

๕.๕ ควรจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการ เพื่อสนับสนุนล่าม หรือผู้เชี่ยวชาญทางด้านภาษา ในพื้นที่ระดับจังหวัดเป็นรายภาค เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานในการคุ้มครองผู้เสียหาย

๕.๓ ควรจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ เช่น วิดิทัศน์ แผ่นพับ โปสเตอร์ ควรใช้สื่อประชาสัมพันธ์ที่ประชาชนส่วนใหญ่เข้าใจง่าย เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง โดยทุกคนสามารถนำไปใช้ได้

๖. แผนการดำเนินงาน ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๙

แผนการดำเนินงาน ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๙

  • กำหนดทิศทางการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ระดับชาติ และแผนปฏิบัติงานประจำปี ๒๕๕๙ของจังหวัดสตูล โดยการถอดบทเรียนการทำงาน ทบทวนบทบาท และจุดอ่อน จุดแข็ง ในการดำเนินงาน
  • ใช้กลไกคณะอนุกรรมการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ (ศปคม.) ในการขับเคลื่อนระบบงาน และขยายผลลงสู่พื้นที่อำเภอ ตำบล และชุมชน เพื่อสร้างเครือข่ายเฝ้าระวัง
  • บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อการป้องปรามในแต่ละกระบวนงาน อาทิ การออกตรวจเรือประมงกลางทะเล ไตรมาสละ ๑ ครั้ง เพื่อป้องกันการลักลอบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฏหมาย และเป็นการสอดส่องดูแลความเรียบร้อยกลางทะเล, ออกตรวจพื้นที่เสี่ยงภัยในการค้ามนุษย์ เช่น สถานบริการ สถานประกอบการกิจการประมงทะเล
  • มีการตั้งด่านสกัดตามแนวชายแดน เพื่อป้องกันการลักลอบขนคนเข้า/ออก นอกประเทศ และเพื่อพัฒนาแนวชายแนวให้ปลอดภัยจากการค้ามนุษย์
  • วางระบบการพัฒนาบุคลากร ในทุกกลุ่มเป้าหมาย เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ในทุกมิติ
  • จัดเตรียมสถานที่พักพิงให้แก่ผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ เพื่อความสะดวก ในกรณีเกิดเหตุการค้ามนุษย์ขึ้นภายในจังหวัด
  • จัดระเบียบขอทานเพื่อป้องกันการขอทานภายในจังหวัด อันเป็นภาพลักษณ์ที่ดี และเพื่อป้องกันการค้ามนุษย์จากขอทาน
  • แรงงานต่างด้าวที่เข้ามาทำงานภายในประเทศไทยให้ขึ้นทะเบียนแรงงานถูกต้องตามกฎหมายทุกราย และให้แรงงานได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายแรงงาน

 ———————————————————————————————–
จัดทำโดย
สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสตูล
ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์จังหวัดสตูล
สิงหาคม ๒๕๕๘

*********************************************************************************************************************************

รายงานสถานการณ์ผลการปฏิบัติงานการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์จังหวัดสตูล

ประจำปี พ.ศ.๒๕๕๗ (ณ ตุลาคม ๒๕๕๗)

รายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์จังหวัดสตูล

ปัจจุบันสถานการณ์การปัญหาค้ามนุษย์เป็นปัญหาที่มีความรุนแรงมากขึ้นทั้งในประเทศไทย และประเทศต่างๆ เป็นปัญหาระดับชาติที่ประเทศให้ความสำคัญในระดับต้นๆ จากรายงานประจำปี ๒๕๕๗     เรื่อง สถานการณ์การค้ามนุษย์ (TIP Report) เป็นรายงานที่กระทรวงการต่างประเทศ สหรัฐอเมริกา จัดทำขึ้นเป็นประจำทุกปี ตามกฎหมายว่าด้วยการปกป้องผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ (Trafficking Victims Protection Act of 2000 หรือ TVPA) เพื่อรายงานต่อรัฐสภาสหรัฐอเมริกา โดยเปรียบเทียบสถานการณ์การค้ามนุษย์ของทั่วโลกกับมาตรฐานของสหรัฐฯ ประเทศไทยได้ถูกลดอันดับไปบัญชี 3 (Tier 3) คืออยู่ในอันดับที่แย่ โดยมองว่า ประเทศไทยไม่มีมาตรการใดๆ เพื่อปฏิบัติให้สอดคล้องกับมาตรฐานขั้นต่ำในการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์และไม่ได้แสดงให้สหรัฐอเมริกาเห็นว่ามีความพยายามในการจัดการปัญหาการค้ามนุษย์ด้วย ซึ่งในรายงานระบุว่าประเทศไทยเป็นทั้งต้นทาง ปลายทาง ทางผ่านค้ามนุษย์ ค้าประเวณี บังคับใช้แรงงานโดยเฉพาะภาคประมง ละเมิดแรงงานข้ามชาติ ทางการไทยยังพยายามไม่พอในการแก้ไข – ถูกจับตามาแล้ว 2 ปี ปีนี้จึงลดชั้นไปบัญชี 3 อัตโนมัติ

ในส่วนของสถานการณ์การค้ามนุษย์ในภาคใต้ โดยเฉพาะจังหวัดสตูล ยังไม่มีความรุนแรงและเด่นชัดเป็นที่ประจักษ์ แต่จังหวัดสตูลอยู่ในพื้นที่กลุ่มเสี่ยงซึ่งเป็นทั้งจังหวัดต้นทาง ปลายทาง และทางผ่าน ต่อการเกิดขบวนการค้ามนุษย์ในพื้นที่ได้ อีกทั้งปัจจัยต่างๆ ทางด้านความเจริญทางเศรษฐกิจของจังหวัดสตูล ความต้องการด้านแรงงาน แรงงานประมง แรงงานตามสถานประกอบการต่างๆ โดยเฉพาะแรงงานตามสถานบริการ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเยือนในพื้นที่จังหวัดสตูล ก่อให้เกิดแรงงานที่ผิดกฎหมาย กดขี่แรงงาน ล่อลวงเพื่อแสวงหาประโยชน์จากกลุ่มเสี่ยงที่ต้องการมีงานทำ หรือถูกล่อลวงมาจากต่างถิ่น ปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ล้วนก่อตัวทำให้เกิดเป็นปัญหาการค้ามนุษย์ระดับชาติที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในการปฏิบัติงานร่วมกัน สามารถจะเชื่อมโยงข้อมูลและส่งต่อการปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และให้ความช่วยเหลือผู้ตกเป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ได้อย่างถูกต้องตามกระบวนการให้ความช่วยเหลือ

ดังนั้น การดำเนินงานช่วยเหลือผู้ที่ตกเป็นผู้เสียหายจากกระบวนการค้ามนุษย์ในจังหวัดสตูล จึงเน้นการเฝ้าระวัง การป้องกันและการรณรงค์ให้ความรู้ความเข้าใจเรื่องการค้ามนุษย์ในพื้นที่ทุกอำเภอทั้งจังหวัดสตูล โดยมีการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆ เช่น วิทยุ แผ่นพับ โปสเตอร์ สติกเกอร์และป้ายไวนิวส์ เพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้รับทราบและร่วมเฝ้าระวังปัญหา เพื่อร่วมเป็นเครือข่ายแจ้งเหตุ รวมถึงการสร้างเครือข่ายเฝ้าระวังในสถานศึกษาและในชุมชน โดยมีข้อมูลที่เกี่ยวข้องดังนี้

ผลการปฏิบัติงานด้านการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์จังหวัดสตูล

ผลการดำเนินการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์จังหวัดสตูล สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสตูล โดยศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์จังหวัดสตูล ได้ปฏิบัติงานดังต่อไปนี้

ครั้งที่ ๑ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสตูลร่วมกับศูนย์ประสานแรงงานประมงจังหวัดสตูล โดยสำนักงานจัดหางานจังหวัดสตูลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมออกตรวจเรือประมง ในวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗ ผลจากการปฏิบัติงานลงเรือตรวจการณ์ของสถานีตำรวจน้ำ ๓ ออกตรวจตราในทะเลพื้นที่จังหวัดสตูล โดยตรวจเรือประมงที่ออกหาปลากลางทะเลอันดามัน ช่วงตั้งแต่รอยต่อเกาะลังกาวี

รัฐเคดาห์ ประเทศมาเลเซีย จากการตรวจสอบข้อเท็จจริง ปรากฏว่า ไม่พบแรงงานทั้งชาวไทยและชาวต่างด้าวถูกหลอกลวงมาทำงานแต่อย่างใด และชาวต่างด้าว เข้ามาทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ได้ถูกบังคับแต่อย่างใดมีความเป็นอยู่ที่สะดวกสบายดีจึงไม่เข้าข่ายเป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์

ครั้งที่ ๒ ด้วยเมื่อวันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๕๗ เวลา ๒๓.๐๐ นาฬิกา ไทยทีวี ช่อง ๓ ได้นำเสนอข่าวการให้ความช่วยเหลือชาวโรฮิงญา ซึ่งมีที่พักพิงอยู่ในจังหวัดสตูล จำนวน ๑ ราย สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสตูล ได้ประสานขอข้อมูลจากศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์จังหวัดสงขลา โดยสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสงขลา ได้รายงานผลสอบข้อเท็จจริง ผู้เสียหายเชื้อชาติโรฮิงญา สัญชาติพม่า ศาสนาอิสลาม ซึ่งอาศัยอยู่รัฐยะไข่ ประเทศพม่า เมื่อวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗ นายหน้าชาวโรฮิงญาได้ชักชวนให้ไปทำงานที่ประเทศมาเลเซีย โดยตกลงว่านายหน้าจะออกค่าใช้จ่ายในการเดินทางให้ก่อน เมื่อไปถึงประเทศมาเลเซียแล้วได้ทำงานค่อยจ่ายเงินให้คืนแก่ผู้เสียหาย เมื่อผู้เสียหายเดินทางมากลับนายหน้าและได้พักที่พักชั่วคราวแห่งหนึ่งเป็นเวลา ๑๔ วัน ถูกนายหน้าชาวโรฮิงญาด้วยกันให้ผู้เสียหายใช้โทรศัพท์ติดต่อญาติ เพื่อให้ส่งเงินค่าไถ่ จำนวน ๗,๐๐๐ ริงกิต หรือ ๑๗๐,๐๐๐ เตกา     (คิดเป็นเงินไทย ๗๐,๐๐๐.-บาท) และระหว่างที่โทรศัพท์คุยกับญาติ นายหน้าชาวโรฮิงญาจะใช้ไม้หวายตีให้ ผู้เสียหายร้องแสดงความเจ็บปวด ต่อมาในวันที่ ๑๐ มีนาคม ๒๕๕๗ ผู้เสียหายได้รับการไถ่ตัว เป็นเงิน ๖๐,๐๐๐.-บาท โดยระหว่างที่นายหน้านำผู้เสียหายไปส่งให้ญาติ ก็ได้รับการช่วยเหลือจากกองกำกับการบริการ  คนต่างด้าว กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง ๖

สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสตูล ได้ประสานขอข้อมูลจากสถานีตำรวจน้ำ ๓ กองกำกับการ ๙ กองบังการตำรวจน้ำสตูล ได้รับรายงานว่าเมื่อวันที่ ๑๔ มีนาคม ๒๕๕๗ หัวหน้าชุดเฝ้าตรวจ ๔๓๐๑ กองร้อย ตชด.๔๓๖ จว.สตูล พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจ ได้เดินทางไปตรวจสอบพื้นที่ริมเชิงเขาสันกาลาคีรี บริเวณหลักเขตแดนไทย – มาเลเซีย ในเขตพื้นที่บ้านควนบ่อน้ำ หมู่ที่ ๓ ตำบลปูยู อำเภอเมืองสตูล จังหวัดสตูล จากการตรวจสอบพบว่าพื้นที่บริเวณริมเชิงเขา เนื้อที่ประมาณ ๑ ไร่ ถูกดัดแปลงเป็นค่ายพักพิงภายในบริเวณที่พักพิงตรวจพบ เครื่องใช้อุปโภค – สาธารณูปโภคต่างๆ เช่น เครื่องปั่นไฟ เตาแก๊สและหัวแก๊สขนาดใหญ่ และอุปกรณ์การดำรงชีพ มากกว่า ๑๐๐ รายการ แต่จากการตรวจค้นไม่พบแรงงานเถื่อนหรือผู้กระทำผิดแต่อย่างใด จึงได้ตรวจยึดของกลางทั้งหมดนำไปเก็บไว้ที่ชุดเฝ้าตรวจ ตชด. ที่ ๔๓๐๑

ครั้งที่ ๓  สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสตูล โดยศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์จังหวัดสตูลได้รับการประสานจากสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดสตูล ร่วมปฏิบัติการตรวจเรือประมงแบบบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล นายประยูร รัตนเสนีย์ ร่วมออกตรวจพร้อมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ จัดหางานจังหวัดสตูล แรงงานจังหวัดสตูล ตำรวจภูธรจังหวัดสตูล ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสตูล ประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล และสถานีตำรวจน้ำ ๓ กองกำกับการ ๙ กองบังคับการตำรวจน้ำ ในวันพุธที่ ๑๘ มิถุนายน ๒๕๕๗ ผลจากการปฏิบัติงานลงเรือตรวจการณ์ของสถานีตำรวจน้ำ ๓ ออกตรวจตราในทะเลพื้นที่จังหวัดสตูล โดยตรวจเรือประมงที่ออกหาปลากลางทะเลอันดามัน จากการตรวจสอบข้อเท็จจริง ปรากฏว่า พบแรงงานชาวไทย    อายุระหว่าง ๑๘ – ๖๕ ปี ไม่ได้ถูกหลอกลวงและบังคับมาทำงานแต่อย่างใด มีความเป็นอยู่ที่สะดวกสบายดีจึงไม่เข้าข่ายเป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์

ครั้งที่ ๔  สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสตูลโดยศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์จังหวัดสตูลเข้าร่วมบริการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวแบบเบ็ดเสร็จ ตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๗๐/๒๕๕๗ เรื่อง มาตรการชั่วคราวในการแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าวและการค้ามนุษย์ ลงวันที่ ๒๕ มิถุนายน ๒๕๕๗ ร่วมปฏิบัติการให้บริการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ ที่ทำการปกครองจังหวัดสตูล จัดหางานจังหวัดสตูล แรงงานจังหวัดสตูล สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดสตูล ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสตูล ประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล ในระหว่างวันที่ ๒๒ – ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๕๗ ผลจากการให้บริการดังกล่าวซึ่งสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสตูลได้ให้ความรู้ด้านสิทธิแก่นายจ้างสถานประกอบการ และลูกจ้างแรงงานต่างด้าวที่มาขอรับบริการจดทะเบียนดังกล่าว เกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากทุกภาคส่วน

ผลการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าว

ณ ศูนย์บริการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวแบบเบ็ดเสร็จจังหวัดสตูล

(One Stop Service : Oss)

ณ วันที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๕๗

๑. มีนายจ้างยื่นจดทะเบียน จำนวน           ๑๕      ราย

๒. จำนวนแรงงานต่างด้าว จำนวน           ๘๗      ราย

๓. ยอดรวมสะสม จำนวน       ๒,๗๘๗      ราย

           ๓.๑ เมียนมาร์    จำนวน    ๑,๗๖๕      คน

๓.๒ ลาว          จำนวน       ๒๕๙      คน

๓.๓ กัมพูชา      จำนวน       ๗๖๓      คน

**********************************************

ข้อมูลสะสม ตั้งแต่วันที่ ๒๒ กรกฎาคม – ๓๑ ตุลาคม ๒๕๕๗

๑. มีนายจ้างยื่นจดทะเบียนทั้งหมด จำนวน           ๕๒๐    ราย

๒. จำนวนแรงงานต่างด้าวมาจดทะเบียนทั้งหมด จำนวน          ๒,๗๘๗   คน

๓. ผู้ติดตามแรงงานต่างด้าว จำนวน           ๒๑๖    คน

๔. แรงงานต่างด้าว จำนวน          ๒,๕๗๑   คน

——————————————————————————

แยกเป็น

๑. แรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมาร์ จำนวน  ๑,๖๐๙    คน/ผู้ติดตาม   จำนวน  ๑๕๖    คน

๒. แรงงานต่างด้าวสัญชาติลาว จำนวน     ๒๒๖   คน/ผู้ติดตาม   จำนวน    ๓๓    คน

๓. แรงงานต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา จำนวน     ๗๓๖   คน/ผู้ติดตาม   จำนวน    ๒๗    คน

——————————————————————————

ประเภทกิจการที่จดทะเบียนมาก ๕ ลำดับแรก ดังนี้
๑. กิจการประมง จำนวน  ๑,๐๙๓    คน
๒. กิจการก่อสร้าง จำนวน     ๔๘๐   คน
๓. กิจการต่อเนื่องประมงทะเล จำนวน     ๓๖๘   คน
๔. กิจการเกษตรและปศุสัตว์ จำนวน     ๓๓๗   คน
๕. กิจการต่อเนื่องเกษตร จำนวน     ๑๘๕   คน

——————————————————————————

การจดทะเบียนแรงงานต่างด้าว เฉพาะกิจการประมงทะเล
๑. นายจ้างมายื่นจดทะเบียน จำนวน        ๕๔            ราย
๒. เรือประมง จำนวน        ๘๘             ลำ
๓. แรงงานต่างด้าวทั้งหมด จำนวน  ๑,๐๙๓   คน

๓.๑ สัญชาติเมียนมาร์               จำนวน      ๖๔๖            คน

๓.๒ สัญชาติลาว                    จำนวน          ๕           คน

๓.๓ สัญชาติกัมพูชา                 จำนวน      ๔๔๒            คน

**********************************************

 สรุปผลการจับกุมของ ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสตูล

ตั้งแต่เดือนตุลาคม ๒๕๕๖ – กันยายน ๒๕๕๗

ลำดับ ประจำเดือน บุคคล ๓ สัญชาติ สัญชาติ อื่นๆ รวม
พม่า ลาว กัมพูชา
ตุลาคม ๒๕๕๖
พฤศจิกายน ๒๕๕๖
ธันวาคม ๒๕๕๖
มกราคม ๒๕๕๗ ๑๕ ภูฎาน ๑ คน (ญ) ๑๗
กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗ ๑๓
มีนาคม ๒๕๕๗ ๑๖
เมษายน ๒๕๕๗
พฤษภาคม ๒๕๕๗ ๑๒ ๑๘
มิถุนายน ๒๕๕๗ ๖๘ เวียดนาม (ช.) ๑ คน อังกฤษ (ช.) ๑ คน ๗๑
๑๐ กรกฎาคม ๒๕๕๗
๑๑ สิงหาคม ๒๕๕๗ แอฟริกาใต้ (ช.) ๑ คน
๑๒ กันยายน ๒๕๕๗
รวม ๔๖ ๑๑๐ ๑๖๔

 

ข้อมูลแรงงานต่างด้าวที่จดทะเบียนในจังหวัดสตูล ปี ๒๕๕๗ (ตุลาคม ๒๕๕๖ – กันยายน ๒๕๕๗)

ประจำเดือน ประเภทของแรงงานต่างด้าวที่จดทะเบียน  รวม
แรงงานต่างด้าวนำเข้า MOU แรงงานต่างด้าวที่ผ่านการพิสูจน์สัญชาติ แรงงานต่างด้าวตามมติ ครม. (วันที่ ๖ ส.ค.๕๖) แรงงานต่างด้าวตามประกาศ คสช.
ตุลาคม ๒๕๕๖ ๕๑ ๙๐ ๑๔๑
พฤศจิกายน ๒๕๕๖ ๖๒ ๑๔๖ ๒๑๗
ธันวาคม ๒๕๕๖ ๑๘ ๗๐ ๔๒๕ ๕๑๓
มกราคม ๒๕๕๗ ๓๖ ๓๖
กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗ ๓๐ ๓๖
มีนาคม ๒๕๕๗ ๒๖ ๘๘ ๑๑๔
เมษายน ๒๕๕๗ ๒๕ ๕๖ ๑๙ ๑๐๐
พฤษภาคม ๒๕๕๗ ๑๐๖ ๑๗๖ ๙๕ ๓๗๗
มิถุนายน ๒๕๕๗ ๘๕ ๑๓๖ ๔๘๙ ๗๑๐
กรกฎาคม ๒๕๕๗ ๓๐๐ ๑๖๐ ๙๗๘ ๑,๔๓๘
สิงหาคม ๒๕๕๗ ๘๗ ๘๘ ๖๙๕ ๘๗๐
กันยายน ๒๕๕๗ ๑๐๐ ๖๙ ๑๖๗ ๓๓๖
รวม ๘๑๓ ๑,๐๖๑ ๑,๑๗๔ ๑,๘๔๐ ๔,๘๘๘

หมายเหตุ : ข้อมูล ณ วันที่ ๒๕ กันยายน ๒๕๕๗

ปัจจัยเสี่ยง
๑. การขาดความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ของประชาชนในพื้นที่จังหวัดสตูล
๒. ผู้ปกครองขาดทักษะการเรียนรู้ การเลี้ยงดูบุตรหลาน บทบาทความรับผิดชอบในความเป็น บิดามารดาที่ต้องรับผิดชอบในการดูแลเด็ก
๓. เยาวชนมีพฤติกรรมการลอกเลียนแบบดารานักร้องที่ผิด ๆ เพิ่มมากขึ้น
๔. การเปิดด่านการค้าชายแดนทำให้มีการเข้าออกประเทศได้ง่ายขึ้น
๕. การหารายได้พิเศษของนักเรียนนักศึกษาส่อพฤติกรรมล่อแหลมในการขายบริการทางเพศ

รูปแบบการค้ามนุษย์ในจังหวัดสตูล

          ยังไม่ปรากฏรูปแบบการค้ามนุษย์ที่แน่นอน  แต่ปรากฏในรูปแบบของการกระทำ ดังนี้
๑. การค้าประเวณีของเด็กนักเรียน/นักศึกษา ในรูปแบบสาวเสิร์ฟร้านอาหาร/ร้านน้ำชา
๒. บริการอาบ อบ นวด ตามสถานบันเทิงต่าง ๆ
๓. การค้าแรงงานต่างด้าว ในรูปแบบของลูกเรือประมงและคนงานก่อสร้าง

ดังนั้น การดำเนินงานช่วยเหลือผู้ที่ตกเป็นผู้เสียหายจากกระบวนการค้ามนุษย์ในจังหวัดสตูล จึงเน้นการเฝ้าระวัง การป้องกันและการรณรงค์ให้ความรู้ความเข้าใจเรื่องการค้ามนุษย์ในพื้นที่ทุกอำเภอทั้งจังหวัดสตูล โดยมีการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆ เช่น วิทยุ แผ่นพับ โปสเตอร์ สติ๊กเกอร์และป้ายไวนิวส์ เพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้รับทราบและร่วมเฝ้าระวังปัญหา เพื่อร่วมเป็นเครือข่ายแจ้งเหตุ รวมถึงการสร้างเครือข่ายเฝ้าระวังในสถานศึกษาและในชุมชน

แผนยุทธศาสตร์และแนวทางการดำเนินงาน
๑. การพัฒนาระบบข้อมูลเพื่อการป้องกันและแก้ไขปัญหาการค้าประเวณีและการค้ามนุษย์

โดยการรวบรวมข้อมูล  วิเคราะห์  ประเมินสถานการณ์ปัญหา แนวโน้มความเสี่ยง
๒. การคุ้มครองพิทักษ์สิทธิผู้ที่ตกเป็นเหยื่อ โดยการพัฒนากลไกการทำงานอย่างเป็นระบบใน

รูปแบบทีมสหวิชาชีพ  และการขยายระบบเครือข่ายการช่วยเหลือและคุ้มครองเพื่อป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ในระดับจังหวัด
๓. การรณรงค์ เผยแพร่  ประชาสัมพันธ์  โดยการสร้างความตระหนักรู้  เข้าใจปัญหาแก่บุคคลทั่วไป

ผ่านองค์กรชุมชนและสื่อต่าง ๆ รวมถึงสื่อเยาวชน
๔. การสร้างระบบเครือข่ายเฝ้าระวังเตือนภัยในสังคมโดยการเสริมสร้างความเข้มแข็งของครอบครัว

และการสร้างเครือข่ายเฝ้าระวังภัยแก่เด็กและเยาวชนในสถานศึกษา โดยมีนักเรียน/นักศึกษา      สภาเด็กและเยาวชนจังหวัดสตูลร่วมเป็นกลไกขับเคลื่อนในการดำเนินงาน

กลไกการดำเนินงาน

ได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์จังหวัดสตูล (ศปคม.จังหวัดสตูล) โดยมีสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสตูลเป็นหน่วยงานหลักในการเป็นกลไกการดำเนินงาน ซึ่งประกอบด้วย คณะกรรมการศูนย์ปฏิบัติการฯ ระดับจังหวัด , ชุดปฏิบัติการช่วยเหลือผู้เสียหายจากการ   ค้ามนุษย์ในรูปแบบทีมสหวิชาชีพในระดับจังหวัด และฝ่ายประชาสัมพันธ์ประสานงานเครือข่ายเฝ้าระวังโดยมีหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วม

แนวทางการดำเนินงาน

การช่วยเหลือ  คุ้มครอง
๑. ให้อำเภอแต่ละอำเภอเป็นศูนย์ประสานงานเพื่อป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ โดยมีการรับแจ้งเหตุและส่งต่อศูนย์ปฏิบัติการฯ ในระดับจังหวัด ซึ่งมีสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสตูล เป็นผู้ประสานงาน
๒. กรณีที่สถานีตำรวจในพื้นที่เป็นผู้รับแจ้งเหตุและดำเนินการช่วยเหลือ ให้แจ้งและประสานสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสตูลเพื่อรวบรวมข้อมูล
๓. กรณีฉุกเฉินที่ต้องแยกผู้เสียหายออกจากพื้นที่ ให้ใช้บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดสตูลเป็นที่พักปลอดภัย และกรณีต้องรับการรักษาให้ประสานโรงพยาบาลชุมชนทุกแห่ง รวมถึงการให้คำปรึกษา โดยศูนย์พึ่งได้ (OSCC) ของโรงพยาบาลสตูล

การดำเนินงานเชิงป้องกันและการเฝ้าระวังปัญหา
๑. ได้กำหนดแผนปฏิบัติการป้องกันก่อนเกิดเหตุ เพื่อส่งเสริมให้ครอบครัว ชุมชน และประชาชน มีความรู้ความเข้าใจและตระหนัก ในสิทธิมนุษยชน สิทธิเด็ก สิทธิสตรีและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนมีส่วนร่วมในการป้องกันปราบปรามและแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์  โดยมีการรณรงค์ในทุกพื้นที่ในการร่วมชี้แจงปัญหาของกระบวนการค้ามนุษย์แก่เด็กและเยาวชนในชุมชน
๒. การออกตรวจหอพักและบ้านเช่า เพื่อเป็นการป้องกันปัญหาต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นกับนักเรียน/นักศึกษาและเจ้าของหอพักโดยมีการให้ความรู้กับเจ้าของหอพักในเขตเทศบาลเมืองสตูลและพื้นที่ใกล้เคียง  มีเจ้าหน้าที่จากสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสตูล เจ้าหน้าที่ตำรวจ พนักงานเจ้าหน้าที่ส่งเสริมความประพฤตินักเรียน/นักศึกษา , เทศบาลเมืองสตูล ฯลฯ เข้าร่วมในการออกตรวจหอพักในจังหวัดสตูลเดือนละ ๑ ครั้ง เพื่อเป็นการกระตุ้นให้เจ้าของหอพักร่วมกันกวดขันและป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นกับนักเรียน/นักศึกษา

โครงการอบรมผู้ปฏิบัติงานด้านการป้องกัน แก้ไข และปราบปรามการค้ามนุษย์
เป็นโครงการที่ฝึกอบรมให้กับผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานต่อต้าน     การค้ามนุษย์ทั้งภาครัฐและองค์กรเอกชน กลุ่มเป้าหมาย คณะทำงานทีมสหวิชาชีพ และผู้ปฏิบัติงานด้านการค้ามนุษย์ จาก ๓ จังหวัด ได้แก่ จังหวัดสตูล ๓๕ คน จังหวัดพัทลุง ๓๕ คน และจังหวัดสงขลา ๓๕ คน รวมทั้ง ๓ จังหวัด จำนวน ๑๐๕ คน ผู้เข้าอบรมจังหวัดสตูลประกอบด้วย อัยการจังหวัดคดีเยาวชนและครอบครัวจังหวัดสตูล , เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกสถานีตำรวจ , ด่านตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสตูล , ตำรวจน้ำสตูล , สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสตูล , จัดหางานจังหวัดสตูล , แรงงานจังหวัดสตูล , สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดสตูล ประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล ,  สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดสตูล , เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลสตูล , บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดสตูล , ศูนย์พัฒนาสังคมหน่วยที่ ๕๗ จังหวัดสตูล และเจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสตูล เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีความรู้ความเข้าใจ เรื่องการค้ามนุษย์และการดำเนินงาน เรื่องการป้องกัน แก้ไข และปราบปรามการค้ามนุษย์ ตลอดจนสามารถนำไปปรับใช้กับงานที่รับผิดชอบได้ และเป็นการสร้างภาคีเครือข่ายความร่วมมือระหว่างผู้ที่เกี่ยวข้องในการดำเนินงาน จัดขึ้นในระหว่างวันที่ ๒๕ – ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗ รวม ๒ วัน ณ โรงแรมบีพี สมิหลาบีช จังหวัดสงขลา การจัดอบรมฯ ครั้งนี้ ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์จังหวัดสตูลได้ร่วมบูรณาการกับศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์จังหวัดพัทลุง และจังหวัดสงขลา ได้เชิญวิทยากรผู้เชี่ยวชาญเรื่องกฎหมายด้านการค้ามนุษย์และวิทยากรที่มีประสบการณ์ในการทำงานด้านการค้ามนุษย์ คือ ท่านอัยการประวิทย์ ร้อยแก้ว อัยการผู้เชี่ยวชาญ สำนักงานต่างประเทศ สำนักงานอัยการสูงสุด และ คุณวาสนา เก้านพรัตน์ ผู้อำนวยการมูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก      มาเป็นวิทยากรในการอบรมฯ ตลอดหลักสูตร โดยที่ผู้เข้ารับการอบรมฯ ได้มีการนำปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ของแต่ละจังหวัดมาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการทำงานร่วมกัน เพื่อหาแนวทางในการแก้ไขปัญหา การป้องกันและปราบปรามปัญหาการค้ามนุษย์ โดยได้รับความร่วมมือจากผู้เข้ารับการอบรมฯ เป็นอย่างดี ทำให้การอบรมฯ ในครั้งนี้ผ่านไปด้วยดีและบรรลุวัตถุประสงค์ของโครงการฯ

๓.โครงการเยาวชนร่วมใจสู้ภัยปัญหาสังคม
สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสตูล มีความตระหนักถึงความสำคัญและความจำเป็นในการเร่งแก้ไขปัญหา และขับเคลื่อนการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนตั้งครรภ์ไม่พร้อม การให้ความรู้แก่เด็กและเยาวชนเกี่ยวกับ คลังปัญญาผู้สูงอายุ และให้ความรู้เกี่ยวกับวิธีการในการป้องกันตนเองจากการถูกล่อลวงจากขบวนการค้ามนุษย์ เพื่อให้เด็กและเยาวชนตระหนักและเห็นคุณค่าในการดำรงชีวิต การอยู่ร่วมกันในสังคม การยึดถือขนบธรรมเนียมประเพณี วัฒนธรรมไทย เพื่อนำมาประพฤติปฏิบัติ และเป็นการกระตุ้นให้เด็กและเยาวชนรู้ถึงภัยอันตรายของการค้ามนุษย์ กลุ่มเป้าหมาย จำนวน ๑๐๐ คน เด็กและเยาวชนที่ศึกษาศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย อำเภอเมืองสตูล จัดขึ้นในระหว่างวันที่๒๐–๒๑ มีนาคม ๒๕๕๗ จำนวน ๒ วัน ณ กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดน ที่ ๔๓๖ ตำบลคลองขุด       อำเภอเมืองสตูล จังหวัดสตูล

๔.โครงการพัฒนาศักยภาพทีมสหวิชาชีพและผู้ปฏิบัติงานด้านการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ บูรณาการร่วมกับสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดพัทลุง กลุ่มคณะทำงาน ทีมสหวิชาชีพและผู้ปฏิบัติงานด้านการค้ามนุษย์ ในจังหวัดสตูล ๕๐ คน และจังหวัดพัทลุง ๕๐ คน รวมทั้ง ๒ จังหวัด ๑๐๐ คน  โดยใช้หลักสูตรการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการสำหรับผู้ปฏิบัติงานสหวิชาชีพ เพื่อต่อต้านการค้ามนุษย์ ซึ่งมีเนื้อหาเน้นในเรื่องการช่วยเหลือคุ้มครองผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์และการดำเนินคดีผู้กระทำความผิดและเป็นแนวทางปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรการของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ให้เจ้าหน้าที่และผู้ปฏิบัติงานปฏิบัติหน้าที่ในการฟื้นฟูและคุ้มครองเยียวยาผู้ประสบปัญหาจากการค้ามนุษย์อย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นโครงการที่อยู่นอกเหนือจากงบประมาณแผนงานปกติ จึงขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนเพื่อการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ จัดขึ้นในระหว่างวันที่ ๓๐ มิถุนายน – ๓ กรกฎาคม ๒๕๕๗ ณ โรงแรมธรรมรินทร์ ธนา  ตำบลทับเที่ยง อำเภอเมืองตรัง จังหวัดตรัง

๕.จัดประชุมคณะกรรมการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์จังหวัดสตูล (ศปคม.จังหวัดสตูล) เป็นการจัดประชุมคณะกรรมการที่ทำงานด้านการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ของจังหวัด เพื่อเป็นการร่วมกันรับฟังปัญหา ร่วมกันรณรงค์ป้องกันและหาแนวทางแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ที่อาจจะเกิดขึ้น โดยในปีงบประมาณ ๒๕๕๗ ได้กำหนดจัดประชุมศูนย์ฯ จำนวน ๓ ครั้ง คือ

๑. ครั้งที่ ๑/๒๕๕๗ จัดประชุมในวันที่ ๘ มกราคม ๒๕๕๗     ณ ห้องประชุมโต๊ะหยงกง ศาลากลางจังหวัดสตูล
๒. ครั้งที่ ๒/๒๕๕๗ จัดประชุมในวันที่ ๒๕ สิงหาคม ๒๕๕๗ ณ ห้องประชุมสำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดสตูล
๓. ครั้งที่ ๓/๒๕๕๗ จัดประชุมในวันที่ ๒๖ กันยายน ๒๕๕๗       ณ ห้องประชุมสำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดสตูล

กลไกการขับเคลื่อน

จังหวัดสตูล ใช้รูปแบบการดำเนินงานด้านป้องกันและแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์และการค้าประเวณี   โดยการเชื่อมต่อกับภาคส่วนอื่นๆ ในลักษณะการทำงานใช้ผู้ปฏิบัติงานที่มีความสนใจ ผนวกการทำงานในหลายๆ เรื่องเข้าด้วยกัน ทั้งในส่วนของครอบครัว ชุมชน และหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในรูปแบบของประชาคม โดยมีการผลักดันให้เป็นเรื่องสาธารณะ รวบรวมข้อมูล และสถานการณ์ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ โครงการอบรมต่างๆ ด้านเด็ก เยาวชน และครอบครัว  มีเครือข่ายจากภาคประชาคม ได้แก่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรพัฒนาเอกชน รวมถึงสื่อท้องถิ่นและสื่อเยาวชนเข้าร่วมทำงาน ทำให้เกิดการร่วมมือกันเกิดระบบเครือข่ายทั้งไม่เป็นทางการและเป็นทางการ โดยมีการช่วยเหลือด้านการคุ้มครอง เยียวยา ฟื้นฟู การป้องกัน และการเฝ้าระวัง

การประสานความร่วมมือในจังหวัด
๑. การดำเนินงานโดยใช้ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์จังหวัดสตูล เป็นกลไกในการดำเนินงาน มีการประชุมศูนย์ฯ เพื่อนำเสนอข้อมูล สถานการณ์ แนวทางการช่วยเหลือคุ้มครองผู้ตกเป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ แนวทางการป้องกันปัญหา และการประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
๒. ใช้วิธีการประสานแบบไม่เป็นทางการ ในระดับปฏิบัติโดยขอความร่วมมือ คำแนะนำปรึกษาด้านการคุ้มคอรง ช่วยเหลือ ฟื้นฟู จากเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ เจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลสตูล เจ้าหน้าที่บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดสตูล เป็นต้น

การประสานงานนอกจังหวัด
๑. ประสานความร่วมมือกับศูนย์ปฏิบัติฯ จังหวัดภาคใต้ฝั่งตะวันตก เพื่อหารือแนวทางในการช่วยเหลือ คุ้มครองสวัสดิภาพ ทิศทางการดำเนินคดี และการช่วยเหลือฟื้นฟูหลังการส่งกลับ รวมถึงการส่งตัว
๒. ประสานความร่วมมือองค์กรเอกชน เพื่อปรึกษาหารือแนวทางการดำเนินงานช่วยเหลือ และแก้ไขปัญหา  รวมทั้งการขอสนับสนุนวิทยากรในการจัดอบรมและขอสนับสุนนงบประมาณในการดำเนินงาน

หน่วยงานสนับสนุนการดำเนินงาน
๑. สำนักงานอัยการจังหวัดสตูล
๒. อัยการจังหวัด คดีเยาวชนและครอบครัวจังหวัดสตูล
๓. ตำรวจภูธรจังหวัดสตูล
๔. สถานีตำรวจภูธรอำเภอทุกแห่ง
๕. สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสตูล
๖. โรงพยาบาลสตูล ( ศูนย์ OSCC )
๗. โรงพยาบาลละงู ( ศูนย์  OSCC )
๘. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสตูล
๙. สำนักงานจัดหางานจังหวัดสตูล
๑๐. สำนักงานแรงงานจังหวัดสตูล
๑๑. ตรวจคนเข้าเมืองสตูล
๑๒. สถานีตำรวจน้ำ ๓ กองกำกับการ ๙ กองบังคับการตำรวจน้ำจังหวัดสตูล
๑๓. นายอำเภอทุกอำเภอ
๑๔. สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล
๑๕. สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสตูล
๑๖. สำนักงานจังหวัดสตูล
๑๗. สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดสตูล
๑๘. องค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูล
๑๙. สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดสตูล
๒๐. บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดสตูล
๒๑. ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาสังคมหน่วยที่ ๕๗ จังหวัดสตูล
๒๒. ศูนย์ให้คำปรึกษากิจกรรมเพื่อสังคมจังหวัดสตูล
๒๓. สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสตูล

แนวทาง มาตรการ และการสร้างความร่วมมือเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหา
๑. พัฒนาระบบการให้ความช่วยเหลือและคุ้มครองผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ในรูปแบบ ทีมสหวิชาชีพ
๒. จัดระบบข้อมูลการค้ามนุษย์และปัญหาอื่นๆ ที่เป็นปัจจัยเกี่ยวข้อง เพื่อรวบรวมข้อมูลสถานการณ์ปัญหาการค้ามนุษย์ระดับพื้นที่ของจังหวัด
๓. การสร้างระบบเครือข่ายเฝ้าระวังปัญหาการค้ามนุษย์ในสถานศึกษาและในชุมชน รวมถึงการอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับปัญหาการค้ามนุษย์ เพื่อเป็นการป้องกันและร่วมกันแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์
๔. ประชาสัมพันธ์ เผยแพร่ ให้ความรู้ความเข้าใจในเรื่องของการค้ามนุษย์แก่หน่วยงานต่างๆ และระดับท้องถิ่น รวมถึงสื่อมวลชนเพื่อป้องกันปัญหาการค้ามนุษย์

จุดแข็งที่เป็นปัจจัยสนับสนุนการดำเนินงาน

  1. หน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชน สามารถประสานความร่วมมือในการดำเนินงานได้อย่างราบรื่น มีการรวมตัวกันทำงานเป็นกลไกขับเคลื่อน ผลักดันในเรื่องสำคัญที่มีผลกระทบและเกี่ยวข้องกับจังหวัดเชิงนโยบาย วิชาการ และความเป็นอยู่ของประชาชนในจังหวัดสตูล
  2. องค์กรชุมชนส่วนใหญ่มีความเข้มแข็งและเป็นเครือข่าย มีความสามัคคีในชุมชนทำให้เป็นชุมชนที่มีความเข้มแข็งและสามารถป้องกันชุมชนของตนเองได้

จุดอ่อนที่เป็นอุปสรรคในการดำเนินงาน
๑. ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์จังหวัดสตูล (ศปคม.จังหัวดสตูล) ยังไม่สามารถเป็นกลไกขับเคลื่อนการทำงานได้อย่างเป็นรูปธรรม เนื่องจากเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานยังไม่เข้าใจกฎหมายเกี่ยวกับการค้ามนุษย์อย่างถ่องแท้
๒. การประชาสัมพันธ์เผยแพร่ในการสร้างความตระหนัก ความมีส่วนร่วมของประชาชนยังไม่ทั่วถึง ทำให้ประชาชนยังขาดความรู้เกี่ยวกับปัญหาการค้ามนุษย์
๓. งบประมาณในการดำเนินการประชาสัมพันธ์หรือการจัดอบรมให้ความรู้แก่ประชาชนมีน้อยไม่สามารถประชาสัมพันธ์ได้อย่างต่อเนื่อง
๔. เจ้าหน้าที่ที่มีความรู้เรื่องการค้ามนุษย์ในจังหวัดมีน้อยและยังขาดประสบการณ์ในการดำเนินคดีเกี่ยวกับการค้ามนุษย์

ข้อเสนอแนะ
๑. หน่วยงานในระดับกระทรวงฯ ที่เกี่ยวข้องกับการช่วยเหลือเด็กและหญิงที่ตกเป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ ควรสนับสนุนการพัฒนาองค์ความรู้ และพัฒนากลไกการดำเนินงาน เช่น การอบรมให้ความรู้และซักซ้อมความเข้าใจแก่เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง และสร้างความตระหนัก ความเข้าใจต่อปัญหาการค้ามนุษย์ในระดับองค์กรท้องถิ่น
๒. ควรมีศูนย์ประสานงานกลางระดับกระทรวงฯ เพื่อเป็นที่ปรึกษาและประสานเชื่อมต่อการทำงานของศูนย์ฯ ในระดับจังหวัด
๓. ในเรื่องของสื่อประชาสัมพันธ์ เช่น แผ่นพับ โปสเตอร์ ควรใช้สื่อประชาสัมพันธ์ที่ประชาชนส่วนใหญ่เข้าใจง่ายและเข้าถึงประชาชนระดับล่างได้ด้วย