ข้อมูลผู้สูงอายุในจังหวัดสตูล

“ผู้สูงอายุ” หมายความว่า บุคคลซึ่งมีอายุเกินหกสิบปีบริบูรณ์ขึ้นไปและมีสัญชาติไทย
(ความหมายตามพระราชบัญญัติผู้สูงอายุ พ.ศ. 2546 มาตรา 3 )

จำนวนผู้สูงอายุรวมทั้งประเทศ  จำนวน  9,110,754  คน  แยกเป็นชาย  4,036,987  คน  หญิง  5,073,767  คน
จำนวนผู้สูงอายุในจังหวัดสตูล  จำนวน       36,119  คน  แยกเป็นชาย       16,502   คน หญิง       19,612  คน
ข้อมูล ณ  มีนาคม 2560  กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย

imagesชมรมผู้สูงอายุในจังหวัดสตูล  จำนวน   76  ชมรม
imagesผู้สูงอายุที่ขึ้นทะเบียนคลังปัญญา  162  คน
imagesผู้สูงอายุที่ได้รับเบี้ยยังชีพ  29,055  คน
images ผู้สูงอายุที่กู้ยืมเงินกองทุนฯ 1,255 คน (ณ 28 เม.ย.60)   

                ดาวน์โหลดปิดบัญชีแล้ว 600 คน
                ดาวน์โหลดคงเหลือลูกหนี้ ณ ปัจจุบัน 655 คน

 ข้อมูลลูกหนี้คงเหลือ จำนวน 645 ราย แยกประเภท ดังนี้

– ลูกหนี้ครบระยะเวลาตามสัญญา  จำนวน 406 ราย
– ลูกหนี้อยู่ระหว่างสัญญา               จำนวน 236 ราย
– ลูกหนี้ยังไม่ถึงกำหนดชำระ          จำนวน 13 ราย
ข้อมูล ณ 28 เม.ย. 2560
รายงานโดย นายเทพณรงค์  วุ่นพันธ์ ตำแหน่ง นิติกร สนง.พมจ.สตูล

 ผู้สูงอายุที่อยู่ในภาวะพึ่งพิง

 การส่งเสริมการจัดตั้ง ศพอส.โดยการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการก่อสร้าง/ปรับปรุง/จัดหาครุภัณฑ์ จำนวน 6 แห่ง เป็นเงิน 2,312,591 บาท
 การส่งเสริมการจัดกิจกรรมให้ผู้รับบริการใน ศพอส. จำนวน 7 แห่ง เป็นเงิน 840,000 บาท
 การขับเคลื่อนงานโครงข่ายการคุ้มครองทางสังคม ส่งเสริมให้เครือข่ายมีความตระหนักถึงการคุ้มครองทางสังคมให้กับผู้สูงอายุ จำนวน 7 แห่ง

                                   show_statistic-3

*ที่มา : สำนักส่งเสริมและพิทักษ์ผู้สูงอายุ http://www.oppo.opp.go.th/

1IMG2

กองทุนผู้สูงอายุ
ความเป็นมา
พระราชบัญญัติผู้สูงอายุ พ.ศ. 2546 มาตรา 13 กำหนดให้มีการจัดตั้ง “กองทุนผู้สูงอายุ” ขึ้นในสำนักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์เด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาส คนพิการ
และผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อเป็นทุนใช้จ่ายเกี่ยวกับการคุัมครอง การส่งเสริม และการสนับสนุน ผู้สูงอายุให้มีศักยภาพ ความมั่นคงและ
มีคุณภาพชีวิตที่ดี รวมทั้งสนับสนุนกิจกรรมขององค์กรที่ดำเนินงานเกี่ยวข้องกับการส่งเสริมสนับสนุนผู้สูงอายุให้มีความเข้มแข็งอย่างต่อเนื่อง
วัตถุประสงค์
เพื่อเป็นทุนใช้จ่ายเกี่ยวกับการคุ้มครอง การส่งเสริมการสนับสนุนผู้สูงอายุ
ความหมาย
   “ผู้สูงอายุ” คือ บุคคลซึ่งมีอายุเกิน 60 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป และมีสัญชาติไทย
    “องค์กรของผู้สูงอายุ” คือ องค์กรที่ผู้สูงอายุรวมตัวกันดำเนินการตามวัตถุประสงค์และกิจกรรมเกี่ยวกับการคุ้มครอง การส่งเสริม และการสนับสนุนผู้สูงอายุ
กิจกรรมกองทุนผู้สูงอายุ เพื่อการคุ้มครอง การส่งเสริม และการสนับสนุนผู้สูงอายุ
1. สนับสนุนเงินอุดหนุนโครงการเพื่อส่งเสริมกิจกรรมผู้สูงอายุในลักษณะกลุ่ม ชมรม ศูนย์บริการ ศูนย์อเนกประสงค์ในชุมชน
2. สนับสนุนเงินอุดหนุนโครงการสำหรับองค์กรของผู้สูงอายุ องค์กรที่ทำงานด้านผู้สูงอายุในชุมชน
3. การให้ทุนประกอบอาชีพ ประเภทกู้ยืมรายบุคคล และรายกลุ่มสำหรับผู้สูงอายุ
4. ให้ความช่วยเหลือผู้สูงอายุที่ถูกทารุณกรรม แสวงหาประโยชน์ โดยมิชอบ ถูกทอดทิ้ง รวมทั้งประสบปัญหาความเดือดร้อน เรื่องที่พัก อาหาร และเครื่องนุ่งห่ม
5. สนับสนุนเงินอุดหนุนองค์กรที่ดำเนินการเกี่ยวกับการให้คำแนะนำปรึกษาหารือดำเนินการอื่นที่เกี่ยวข้องในทางคดี รวมทั้งการแก้ไขปัญหาครอบครัวเป็นรายคดี
6. เรื่องอื่นๆตามที่คณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติกำหนดเพื่อให้ผู้สูงอายุได้รับประโยชน์สูงสุดตามพระราชบัญญัติผู้สูงอายุ พ.ศ.2546
การให้การสนับสนุนโครงการ
      กรอบวงเงินโครงการประกอบด้วย
1. โครงการขนาดเล็ก : ในวงเงินไม่เกิน 50,000 บาท
2. โครงการขนาดกลาง : วงเงินเกิน 50,000 – 300,000 บาท
3. โครงการขนาดใหญ่ : วงเงินเกิน 300,000 บาทขึ้นไป
ลักษณะโครงการ
ที่จะได้รับการสนับสนุนเงินกองทุน
1. มีวัตถุประสงค์และกระบวนการในการดำเนินงานชัดเจน
2. สร้างการมีส่วนร่วมของบุคคลหรือหน่วยงาน
3. โครงการของหน่วยงานภาครัฐควรเป็นโครงการใหม่และเร่งด่วนที่ไม่ได้ตั้งงบประมาณรองรับและไม่เป็นโครงการต่อเนื่อง
4. เป็นโครงการขององค์กรเอกชนหรือองค์กรของผู้สูงอายุ ที่ไม่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากส่วนราชการ และแหล่งทุนอื่นๆ เว้นแต่กรณีได้รับ แต่ไม่เพียงพอ
การให้บริการสำหรับผู้สูงอายุ
      ประเภทการกู้ยืมเงินทุนประกอบอาชีพ
– ให้กู้ยืมรายบุคคลได้คนละไม่เกิน 30,000 บาท
– ให้กู้ยืมเป็นรายกลุ่มๆละไม่น้อยกว่า 5 คน  ได้กลุ่มละไม่เกิน 100,000 บาท
การกู้ยืมรายบุคคลและรายกลุ่มต้องชำระรายกลุ่มต้องชำระคืน เป็นรายงวด ภายในระยะเวลา ไม่เกิน 3 ปี
ประเภทความช่วยเหลือผู้สูงอายุที่ประสบปัญหา
การช่วยเหลือผู้สูงอายุที่ประสบปัญหาเดือดร้อนเรื่องอาหาร/เครื่องนุ่งห่ม รายละไม่เกิน 2,000 บาท
หน่วยงานที่ให้การสนับสนุน
      ผู้สูงอายุ  องค์กรของผู้สูงอายุ หรือองค์กรที่ทำงานด้านผู้สูงอายุ สามารถติดต่อหน่วยงานที่ทำหน้าที่รับผิดชอบ เพื่อขอรับการสนับสนุนจากกองทุนผู้สูงอายุหรือ
ประสานงานตามกรณีที่เกี่ยวข้องได้ ดังนี้
ส่วนกลาง
ติดต่อที่ กลุ่มกองทุนผู้สูงอายุ
สำนักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์เด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาส คนพิการ และผู้สูงอายุ
ที่ตั้ง      อาคารอาทิตย์ทิพอาภา ชั้น 2
บริเวณสถานสงเคราะห์เด็กหญิงบ้านราชวิถี
เลขที่ 255  ถนนราชวิถี  แขวงทุ่งพญาไท
เขตราชเทวี  กรุงเทพมหานคร 10400
โทรศัพท์ 0 2306 8805, 0 2306 8807
โทรสาร  0 2306 8802
ส่วนภูมิภาค
ติดต่อที่  สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดทุกจังหวัด
คุณสมบัติผู้ขอรับการสนับสนุนจากกองทุนผู้สูงอายุ
1. ผู้สูงอายุ
จะต้องเป็นผู้ที่มีอายุเกิน 60 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป และมีสัญชาติไทย
2. องค์กรผู้สูงอายุ/องค์กรที่ทำงานด้านผู้สูงอายุ
2.1 กรณีเป็นหน่วยงานภาครัฐ
– ต้องเป็นหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการคุ้มครอง การส่งเสริม และการสนับสนุนผู้สูงอายุ รวมทั้งได้รับมอบหมายให้เป็นหน่วยงานรับผิดชอบในการดำเนินงานตาม
ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง กำหนดหน่วยงานรับผิดชอบในการดำเนินการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติผู้สูงอายุ พ.ศ.2546 ลงวันที่ 28 กรกฎาคม 2547  หรือ
มีหน้าที่ดำเนินการในการคุ้มครองการส่งเสริมและการสนับสนุนผู้สูงอายุตามประกาศของกระทรวง
2.2 กรณีเป็นองค์กรภาคเอกชนหรือองค์กรของผู้สูงอายุ
– ต้องเป็นองค์กรที่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลหรือได้รับรองเป็นองค์กรสาธารณประโยชน์ตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริม การจัดสวัสดิการสังคม ซึ่งดำเนินกิจกรรมเกี่ยวกับ
การคุ้มครอง การส่งเสริม และการสนับสนุนผู้สูงอายุอย่างต่อเนื่องไม่น้อยกว่าหกเดือน
– หากเป็นองค์กรที่ไม่ได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล หรือไม่ได้รับรองเป็นองค์กรสาธารณประโยชน์ตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริม การจัดสวัสดิการสังคม จะต้องดำเนิน
กิจกรรมเกี่ยวกับการคุ้มครอง การส่งเสริมและการสนับสนุนผู้สูงอายุ

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสตูล
โทรศัพท์ 074 711375 แฟกซ์ 074 711375 ต่อ 20
ศาลากลางจังหวัดสตูล

 หลักเกณฑ์การขึ้นทะเบียนรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ, คนพิการ, ผู้ป่วยเอดส์หรือโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง ขึ้นทะเบียนรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ

หลักเกณฑ์การขึ้นทะเบียนรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ, คนพิการ, ผู้ป่วยเอดส์หรือโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง
ขึ้นทะเบียนรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ
( รับขึ้นทะเบียนทุกเดือนพฤศจิกายนของทุกปี )
ตั้งแต่วันที่ 1 – 30 พฤศจิกายน ของทุกปี
ในวันและเวลาราชการ

คุณสมบัติของผู้มีสิทธิรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ

  1. สัญชาติไทย
  2. มีอายุ 59 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป (ในกรณีที่ทะเบียนราษฎร์ระบุเฉพาะปีเกิด ให้ถือว่าบุคคลนั้นเกิดวันที่ 1 มกราคมของปีนั้น เช่น เกิด พ.ศ. 2497 ให้ถือว่าเกิดวันที่ 1 มกราคม 249
  3. ขอรับเบี้ยตามที่อยู่ในทะเบียนบ้าน
  4. ไม่เป็นผู้ที่ได้รับสวัสดิการหรือสิทธิประโยชน์อื่นใดจากหน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือเทศบาล อบต. ได้แก่ ผู้รับเงินบำนาญ เบี้ยหวัด บำนาญพิเศษ หรือเงินอื่นใดในลักษณะเดียวกัน ผู้สูงอายุที่อยู่ในสถานสงเคราะห์ของรัฐหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้ที่ได้รับเงินเดือน ค่าตอบแทน รายได้ประจำ หรือผลประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นที่รัฐหรือเทศบาล อบต.จัดให้เป็นประจำ ยกเว้นผู้พิการและผู้ป่วยเอดส์ตามระเบียบ

ใช้เอกสารอะไรบ้าง??

  1. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน จำนวน 1 ชุด
  2. สำเนาทะเบียนบ้าน จำนวน 1 ชุด
  3. สำเนาสมุดบัญชีเงินฝาก(ออมทรัพย์) จำนวน 1 ชุด

ผู้อื่นยื่นเอกสารแทนผู้สูงอายุได้หรือไม่???

สามารถยื่นเอกสารแทนผู้สูงอายุได้ และหากผู้สูงอายุมีความประสงค์โอนเงินเข้าบัญชีผู้อื่น ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ ตัวจริงพร้อมสำเนาบัตรประชาชนและทะเบียนบ้านของผู้รับมอบอำนาจ อย่างละ 1 ชุด

ยื่นเอกสารแล้วจะได้รับเงินเมื่อไหร่????

ผู้สูงอายุที่ขึ้นทะเบียนไว้ ตั้งแต่วันที่ 1- 30 พฤศจิกายน ของทุกปี จะได้รับเงินเบี้ยยังชีพ เริ่มตั้งแต่เดือนตุลาคม ของปีถัดไป (ไม่มีการจ่ายย้อนหลัง)

ผู้สูงอายุแต่ละคนจะได้รับเงินเท่าไหร่??
ปัจจุบันได้จ่ายแบบขั้นบันได ดังนี้
อายุ 60 -69 ปี จะได้รับ 600 บาท
อายุ 70 -79 ปี จะได้รับ 700 บาท
อายุ 80 -89 ปี จะได้รับ 800 บาท
อายุ 90 ปีขึ้นไป จะได้รับ 1,000 บาท

หมายเหตุ ในกรณีผู้สูงอายุที่มีสิทธิรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุย้ายทะเบียนบ้านให้เทศบาล หรือ อบต.ที่เคยจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเดิมยังคงจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุตนกว่าจะสิ้นสุดปีงบประมาณนั้น คือเดือนกันยายน หากมีความประสงค์จะรับเบี้ยยังชีพกับเทศบาล หรือ อบต. แห่งใหม่ ต้องไปจดทะเบียนเพื่อขอรับเบี้ยยังชีพที่เทศบาลหรือ อบต.แห่งใหม่ ภายในวันที่ 1 -30 พฤศจิกายนของทุกปี และเริ่มรับเงินที่ใหม่ในเดือนตุลาคม ของปีถัดไป

!!!เอกสารต้องลงลายมือชื่อ สำเนาถูกต้องทุกฉบับ!!!
ผู้สูงอายุที่ไม่สามารถเขียนได้ ให้พิมพ์ลายมือแทน