การขอรับเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด

โครงการ “เงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด” 

ลงทะเบียนเงินอุดหนุนบุตร ปี62 คาดว่ามีการเปลี่ยนแปลง หาก ครม. เห็นชอบ เนื่องจากเมื่อวันที่ 23 ต.ค. 2561 พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ระบุว่า หลังจากกรมกิจการเด็กและเยาวชนไปศึกษาข้อมูลทั้งในส่วนของอายุและการใช้งบประมาณและได้ทำหนังสือเวียนเสนอคณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติแล้ว ได้ข้อสรุปว่า เงินอุดหนุนเด็กแรกเตรียมขยายเพิ่มจากเดิมแค่ 3 ขวบเป็น 6 ขวบ โดยขยายฐานรายได้เป็น 100,000 บาทต่อคนต่อปี ตามโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งจะจ่ายเงินค่าอุดหนุนเด็กแรกเกิดในจำนวนเท่าเดิมคือ 600 บาทต่อเดือน หาก ครม.เห็นชอบก็สามารถดำเนินการได้ทันที

คุณสมบัติผู้ที่มีสิทธิ์รับเงินอุดหนุนเด็กแรกเกิด ปี 62

  1. เด็กที่เกิดระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2561 – 30 กันยายน 2562
  2. อยู่ในครอบครัวยากจน หรือ เสี่ยงต่อความยากจน คือ ครัวเรือนที่สมาชิกในครอบครัว มีรายได้ต่ำกว่า 100,000 บาทต่อคนต่อปี
  3. มีสัญชาติไทย (บิดาและมารดา/บิดาหรือมารดา เป็นผู้มีสัญชาติไทย)
  4. กรณีมารดาเด็กเป็นคนต่างด้าว หรือไม่มีสถานะทางทะเบียนราษฎร์ หรือเสียชีวิต อนุโลมให้บิดาเด็กสัญชาติไทยตามสูติบัตร ลงทะเบียนแทนมารดาเด็กได้หลังจากเด็กเกิดแล้ว โดยให้นำเอกสารหลักฐานของบิดา-มารดา ที่ออกโดยหน่วยงานของรัฐมายื่นเพื่อแสดงความจำนงขอรับสิทธิ์
  5. ต้องไม่เป็นผู้ได้รับเงินช่วยเหลือในการเลี้ยงดูบุตรจากหน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ หรืออยู่ในความดูแลของหน่วยงานของรัฐ เช่น บ้านพักเด็กและครอบครัว สถานสงเคราะห์ของรัฐ แต่ถ้าหากได้รับเงินสงเคราะห์บุตรจากกองทุนประกันสังคม หรือได้รับเงินสงเคราะห์เป็นครั้งคราว หรือเบี้ยความพิการ ยังคงมีสิทธิ์ได้รับเงินอุดหนุนเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด (พ่อแม่มีประกันสังคม ก็มีสิทธิ์ลงทะเบียนได้)

ลงทะเบียน

เด็กแรกเกิด หรือหญิงตั้งครรภ์ที่มีคุณสมบัติที่ฝากครรภ์แล้ว ยื่นลงทะเบียนด้วยตนเองที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตามถิ่นที่อยู่ของผู้มีสิทธิ์ (สำนักงานเขตในกรุงเทพมหานคร หรือ เมืองพัทยา หรือ เทศบาล หรือ อบต.)

เอกสารหลักฐานประกอบการลงทะเบียน มีดังนี้

  1. แบบลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิฯ (แบบ ดร.01)
  2. แบบรับรองสถานะของครัวเรือน (แบบ ดร.02)
  3. แบบยืนยันเอกสารการลงทะเบียนเพื่อขอรับสิทธิ์เงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด (แบบ ดร.04)
  4. สำเนาบัตรประชาชนของบิดา มารดาของเด็ก
  5. สำเนาทะเบียนบ้านของบิดามารดาของเด็ก
  6. สำเนาเอกสารแสดงการฝากครรภ์ หรือสำเนาสมุดบันทึกสุขภาพแม่และเด็ก หน้าที่ 1
  7. สำเนาสูจิบัตรเด็กแรกเกิด (ยื่นหลังคลอดบุตร) ที่ได้รับการรับรองแล้ว
  8. สำเนาหน้าบัญชีธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร
  9. หนังสือมอบอำนาจ กรณีที่พ่อแม่ของเด็กไม่สามารถไปลงทะเบียนเองได้ ทั้งนี้ ต้องแนบสำเนาบัตรประชาชนพร้อมกับรับรองสำเนาของผู้รับอำนาจมาด้วย

คุณสมบัติของกลุ่มเป้าหมายของโครงการ ดังนี้

1.เด็กแรกเกิด :
– เกิดระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2561 – 30 กันยายน 2562
– มีสัญชาติไทย (บิดาและมารดา หรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีสัญชาติไทย)
– ไม่เป็นผู้ได้รับสวัสดิการหรือสิทธิประโยชน์อื่นใดจากหน่วยงานของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจ ได้แก่ เงินสงเคราะห์บุตรจากกองทุนประกันสังคม สวัสดิการข้าราชการหรือรัฐวิสาหกิจ และไม่อยู่ในความดูแลของหน่วยงานของรัฐ เช่น บ้านพักเด็กและครอบครัว สถานสงเคราะห์ของรัฐ

2.หญิงตั้งครรภ์ :
– มีกำหนดคลอดระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2561 – 30 กันยายน 2562
– อยู่ในครัวเรือนยากจนและครัวเรือนที่เสี่ยงต่อความยากจน ที่มีการรับรองสถานะของครัวเรือนเรียบร้อย

กรณี มารดาเด็กเป็นคนต่างด้าว หรือไม่มีสถานะทางทะเบียนราษฎร หรือเสียชีวิต อนุโลมให้บิดาเด็ก สัญชาติไทยตามสูติบัตร ลงทะเบียนแทนมารดาเด็กได้หลังจากเด็กเกิดแล้ว โดยให้นำเอกสารหลักฐานของ บิดาเด็กและมารดาเด็กในกรณีดังกล่าว ที่ออกให้โดยหน่วยงานของรัฐมายื่นเพื่อแสดงความจำนงขอรับสิทธิ์

กรณี อยู่ในความดูแลของบ้านพักเด็กและครอบครัว หรือสถานสงเคราะห์ของรัฐ จะไม่ได้รับสิทธิ์ เงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด เนื่องจากได้รับการดูแลจากภาครัฐ แต่หากมีคุณสมบัติสามารถขอรับสิทธิ์ เงินอุดหนุนได้ แต่จะได้รับเงิน เฉพาะเดือนที่ไม่อยู่ใน ความดู แลของบ้านพักเด็กและครอบครัว หรือสถานสงเคราะห์ของรัฐ (หลังออกจากบ้านพักเด็กและครอบครัวหรือสถานสงเคราะห์ของรัฐแล้ว)

ครัวเรือนยากจนและครัวเรือนที่เสี่ยงต่อความยากจน หมายถึง ครัวเรือนที่สมาชิกในครัวเรือน มีรายได้เฉลี่ยต่ำกว่า 3,000 บาท ต่อคน ต่อเดือน หรือต่ำกว่า 36,000 บาท ต่อคน ต่อปี โดยนำรายได้ของสมาชิก ทั้งหมดในครอบครัว หารด้วยจำนวนสมาชิกทั้งหมดในครอบครัวซึ่งรวมเด็กแรกเกิดด้วย ในความเป็นจริงการสอบถามรายได้อาจไม่ได้ข้อมูลที่ตรงกับข้อเท็จจริง จึงจำเป็นต้องใช้การประเมิน ความยากจนระดับครัวเรือน ด้วยข้อมูลสถานะของครัวเรือนมาประกอบการพิจารณาด้วย ดังนี้

1.ครอบครัวมีภาระพึ่งพิง ได้แก่ ในครอบครัวมีคนพิการ หรือผู้สูงอายุ หรือเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี หรือคนว่างงาน อายุ 15-65 ปี หรือเป็นพ่อแม่เลี้ยงเดี่ยว
2.สภาพที่อยู่อาศัย สภาพบ้านชำรุดทรุดโทรม บ้านทำจากวัสดุพื้นบ้าน เช่น ไม้ไผ่ ใบจาก หรือวัสดุเหลือใช้หรืออยู่บ้านเช่า
3.ไม่มีรถยนต์ส่วนบุคคล รถปิกอัพ รถบรรทุก รถตู้
4.เป็นเกษตรกรมีที่ดินไม่เกิน 1 ไร่

การรับเงิน

1.รับด้วยตนเอง ณ กรมกิจการเด็กและเยาวชน หรือสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (สามารถมอบอำนาจให้ผู้อื่นรับแทน) กรณีมอบอำนาจ ให้นำหนังสือมอบอำนาจและสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบและผู้รับมอบอำนาจมายื่นด้วย

2.รับผ่านบัญชีธนาคาร (นำสำเนาสมุดบัญชีธนาคารที่หน้าแสดงหมายเลขบัญชีและชื่อผู้รับเงินมายื่น)

นอกจากนี้ กรมกิจการเด็กและเยาวชนหรือสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดจะประสานส่งต่อข้อมูลกลุ่มเป้าหมายไปยังสำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (ตามแต่กรณี) ทุกวันที่ 16 ของเดือน เพื่อให้สามารถนำข้อมูลไปใช้ประกอบการให้บริการเชิงรุกด้านอนามัยแม่และเด็กสำหรับผู้ที่มีสิทธิ์ได้รับเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด โดยทีมหมอครอบครัวจะติดตามเยี่ยมบ้านและดูแลหญิงตั้งครรภ์และเด็กแรกเกิดได้ตามมาตรฐาน

ต้องการข้อมูลเพิ่มเติม หรือ อ่านรายละเอียดทั้งหมด คลิก

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่เกี่ยวกับเงินอุดหนุนเด็กแรกเกิด ปี 62

  • สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ.)
  • กรมกิจการเด็กและเยาวชน (ดย.) โทร. 0-2651-6532
  • ศูนย์ช่วยเหลือสังคม (OSCC) โทร. 1300 ตลอด 24 ชั่วโมง

 

คู่มือการดำเนินงาน โครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด

 

 

 

 

 

 

 

 


4512039

400

2

S__28647506